“ภัทรพงศ์” โชว์ผลงาน 90 วัน! ปลดล็อกการบินไทย เปิดเส้นทางใหม่ ดันสนามบินภูมิภาคสู่เวทีโลก ปักหมุด Aviation Hub ปี 2572
คมนาคม

“ภัทรพงศ์” โชว์ผลงาน 90 วัน! ปลดล็อกการบินไทย เปิดเส้นทางใหม่ ดันสนามบินภูมิภาคสู่เวทีโลก ปักหมุด Aviation Hub ปี 2572

นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดผลงานในรอบ 90 วัน หลังเข้ากำกับดูแลหน่วยงานด้านการบิน 4 แห่ง ได้แก่ กรมท่าอากาศยาน (ทย.) บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) และบริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด (รทส.) โดยเดินหน้าปฏิรูประบบการบินไทยทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ความปลอดภัย เทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากร และการสร้างรายได้ เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่ World-Class Aviation Hub ภายในปี 2572

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ การยกระดับสนามบินภูมิภาคภายใต้นโยบาย Airport for Regional Development โดยผลักดัน สนามบินอุดรธานี เป็นประตูการบินภาคอีสานตอนบน เปิดระบบ C.I.Q. รองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ พร้อมเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ อุดรธานี–สุวรรณภูมิ–โตเกียว (นาริตะ) และเพิ่มเที่ยวบินภายในประเทศอีก 50% ขณะที่ สนามบินหัวหิน ถูกเร่งพัฒนาสู่สนามบินนานาชาติ เตรียมเปิดเส้นทางใหม่สู่ สิงคโปร์ ไทเป และเซี่ยงไฮ้ หลังฟื้นเที่ยวบินหัวหิน–กัวลาลัมเปอร์สำเร็จ

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังจับมือสายการบินชั้นนำ ทั้งไทยแอร์เอเชีย นกแอร์ ไทยไลอ้อนแอร์ VietJet Thailand และสายการบินอื่น ๆ เปิดเส้นทางบินใหม่เชื่อมเมืองรอง รวมถึงดึงเที่ยวบินตรงจากจีน มาเลเซีย และประเทศต่าง ๆ เข้าสู่สนามบินภูมิภาค พร้อมร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดโครงการ Fly and Drive เชื่อม 8 จังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว

ด้านความปลอดภัย ได้เร่งรัดติดตั้งระบบ ILS/DME ที่สนามบินขอนแก่น ซึ่งล่าช้ามานานกว่า 10 ปี พร้อมลดค่าบริการ Landing และ Parking 50% เพื่อจูงใจสายการบินเปิดเส้นทางใหม่ รวมถึงตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจแก้ปัญหา Bird Strike หลังสร้างความเสียหายกว่า 530 ล้านบาทต่อปี โดยเตรียมนำเทคโนโลยีตรวจจับนกมาใช้เพิ่มความปลอดภัยในการบิน

ในด้านการสร้างรายได้ กรมท่าอากาศยานผลักดันสินค้า OTOP เข้าจำหน่ายในสนามบินภูมิภาค พร้อมขยายสัญญาเช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์จาก 3 ปี เป็นสูงสุด 30 ปี เพื่อดึงดูดการลงทุนด้านศูนย์ซ่อมอากาศยาน คลังสินค้า และโรงเก็บอากาศยาน คาดสร้างรายได้เพิ่มกว่า 380 ล้านบาทภายใน 5 ปี

ขณะที่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย เร่งยกระดับระบบบริหารจราจรทางอากาศด้วยเทคโนโลยีใหม่ ทั้ง Digital Tower, Remote Tower, FlightLive และ AFIS รองรับการบินยุคใหม่ รวมถึงอากาศยานไร้คนขับและ Advanced Air Mobility (AAM) พร้อมลดค่าบริการการเดินอากาศภายในประเทศจาก 25% เป็น 30% เพื่อช่วยลดต้นทุนสายการบิน

ด้าน สถาบันการบินพลเรือน เดินหน้าผลิตบุคลากรการบินสู่ตลาดโลก โดยยังคงสถานะ ICAO TRAINAIR PLUS ระดับ Platinum ต่อเนื่องปีที่ 3 พร้อมได้รับการยกย่องจาก ICAO ให้เป็นสถาบันที่ผลิตบุคลากรตามหลักสูตร ICAO มากที่สุดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก อีกทั้งร่วมมือกับการบินไทย มอบทุนช่างอากาศยานปีละ 38 ทุน และผลิตนักบินปีละ 120 คน

ส่วน โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เร่งจับมือพันธมิตรสายการบินและผู้ประกอบการด้านการบิน เพิ่มรายได้จากผู้โดยสารต่อเครื่องและนักท่องเที่ยวคุณภาพ รวมถึงรองรับบริการ Layover และ Stopover Paid by Carrier (STPC)

นายภัทรพงศ์ยังเปิดเผยว่า ได้เร่งผลักดันโครงการ Seaplane วางมาตรฐานการบินและเตรียมเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ กระบี่–ภูเก็ต ภายในปี 2569 รวมถึงเดินหน้าแก้ปัญหา Pay to Fly และนักบินว่างงาน เพื่อสร้างระบบการจ้างงานที่เป็นธรรมและยกระดับมาตรฐานวิชาชีพการบินไทย

ทั้งนี้ ผลงานตลอด 90 วัน ถือเป็นการวางรากฐานสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมการบินไทย ทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ขยายเส้นทางบิน ยกระดับความปลอดภัย นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ พัฒนาบุคลากร และสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น ศูนย์กลางการบินระดับโลก (World-Class Aviation Hub) ตามเป้าหมายในปี 2572

You can share this post!