กรมทางหลวงชนบท (ทช.) รายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หลังเกิดฝนตกหนักจากอิทธิพลร่องมรสุม ส่งผลให้ขณะนี้มีถนนทางหลวงชนบทได้รับผลกระทบแล้ว 3 สายทางในจังหวัดนครพนมและบึงกาฬ พร้อมระดมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ ติดตั้งป้ายเตือนและอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและดูแลการสัญจรของประชาชนอย่างเร่งด่วน

นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า จากกรณีร่องมรสุมพาดผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้หลายพื้นที่ของจังหวัดนครพนมและบึงกาฬมีฝนตกหนักและเกิดน้ำท่วมขัง ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันได้
ทช. จึงได้สั่งการให้สำนักงานทางหลวงชนบทที่ 15 (อุดรธานี) สำนักงานทางหลวงชนบทที่ 16 (กาฬสินธุ์) รวมถึงแขวงทางหลวงชนบทในพื้นที่ โดยเฉพาะ นครพนมและบึงกาฬ ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบโครงข่ายทางหลวงชนบทอย่างต่อเนื่อง
หากพบเส้นทางได้รับผลกระทบ จะเร่งติดตั้ง ป้ายเตือน ป้ายทางเลี่ยง ป้ายบอกระดับน้ำ สัญญาณไฟกระพริบ และอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัย ตามนโยบายของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม


เปิด 3 จุดได้รับผลกระทบล่าสุด
ข้อมูล ณ วันที่ 10 สิงหาคม 2569 พบถนนทางหลวงชนบทได้รับผลกระทบ 3 สายทาง ได้แก่
1. สาย นพ.5037 จ.นครพนม
แยก ทช.นพ.3004 – บ้านหนองสิม อำเภอนาทม–บึงโขลงหลง บริเวณ กม. 3+800 พบไหล่ทางชำรุดบริเวณหลังท่อ ขณะนี้นำเครื่องจักรเข้าซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน โดย ยังสามารถสัญจรผ่านได้
2. สาย นพ.3004 จ.นครพนม
แยก ทล.212 – บ้านคำแม่นาง อำเภอบางแพง พบ น้ำท่วมสูงประมาณ 8 เซนติเมตร บริเวณ กม. 15+000–15+150 และ กม. 15+700–15+796 โดย ยังสามารถสัญจรผ่านได้
3. สาย บก.3032 จ.บึงกาฬ
แยก ทล.222 – บ้านศรีวิไล อำเภอศรีวิไล–พรเจริญ ช่วง กม. 10+800–11+500 พบ น้ำท่วมสูงประมาณ 40 เซนติเมตร ส่งผลให้ รถขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้


เตรียมเครื่องจักรพร้อมลุยทันทีหลังน้ำลด
สำหรับพื้นที่นครพนม แขวงทางหลวงชนบทนครพนมได้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมเครื่องมือและเครื่องจักรให้สามารถเข้าดำเนินการทันทีหลังระดับน้ำลด เพื่อเร่งฟื้นฟูเส้นทางและเปิดการสัญจรให้ประชาชนได้โดยเร็วที่สุด
นอกจากนี้ ทช. ยังเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงเกิด ดินสไลด์และความเสียหายของถนนในเส้นทางอื่น อย่างต่อเนื่อง พร้อมรายงานสถานการณ์ให้ประชาชนทราบเป็นระยะ
ทช. ขอความร่วมมือผู้ใช้ทางเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทาง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังหรือฝนตกหนัก และสามารถแจ้งเหตุอุทกภัยหรือขอความช่วยเหลือได้ที่แขวงทางหลวงชนบททั่วประเทศ หรือ สายด่วนกรมทางหลวงชนบท 1146
