“ราช กรุ๊ป” เดินหน้าเต็มสปีด! ประกาศแผนลงทุนปี 2569 เตรียมงบกว่า 10,000 ล้านบาท รองรับทั้งโครงการเดิมและโครงการใหม่ในไทยและอินโดนีเซีย หวังขับเคลื่อนธุรกิจตามกลยุทธ์ 5S พร้อมตั้งเป้า EBITDA แตะ 15,000 ล้านบาท และเพิ่มสัดส่วนรายได้จากพลังงานทดแทนไม่น้อยกว่า 15% ของรายได้รวม จ่อรับรู้รายได้โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน 2 แห่ง ฟิลิปปินส์–เวียดนาม เดินเครื่องเชิงพาณิชย์ปีนี้ พร้อมบุก Data Center และพลังงานยุคใหม่

นายนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH เปิดเผยว่า ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทเดินหน้าตามกลยุทธ์ 5 ด้านอย่างต่อเนื่อง ทั้งการบริหารสินทรัพย์ การลงทุน และการขยายธุรกิจใหม่ โดยนำ AI เข้ามาใช้พัฒนาระบบซ่อมบำรุงแบบคาดการณ์ล่วงหน้า หรือ Predictive Maintenance ในโรงไฟฟ้าราชเอ็นเนอร์จี ระยอง และโรงไฟฟ้าราชโคเจนเนอเรชั่น เพื่อจับสัญญาณความผิดปกติก่อนเกิดความเสียหาย ลดความเสี่ยงโรงไฟฟ้าหยุดฉุกเฉิน และเพิ่มประสิทธิภาพการเดินเครื่อง
พลังงานทดแทนจ่อรับรู้รายได้เพิ่ม
ปีนี้บริษัทคาดว่าจะรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในฟิลิปปินส์ กำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น 71.05 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังน้ำในเวียดนาม 5.5 เมกะวัตต์ ซึ่งมีกำหนดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ภายในปีนี้
ขณะเดียวกัน ราช กรุ๊ป เตรียมเข้าร่วมประมูลโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนในไทย ทั้งโซลาร์ชุมชน โซลาร์ พลังงานลม และชีวมวล รวมถึงมองหาโอกาสลงทุนโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ ซึ่งถูกมองเป็น Transition Energy เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า

ไม่หยุดแค่ไทย! เล็งขยายพอร์ตอินโดนีเซีย
บริษัทเตรียมแผนลงทุนตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของอินโดนีเซีย หรือ RUPTL โดยสนใจโครงการส่วนขยายโรงไฟฟ้าไพตัน ในชวาตะวันออก ขนาด 1,000 เมกะวัตต์ รวมถึงศึกษาการขยายกำลังผลิตเครื่องยนต์ก๊าซ 200 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมพร้อมระบบทำความเย็น 140 เมกะวัตต์ ในเมืองบาตัม

ขยับสู่ธุรกิจ Data Center
อีกหนึ่งหมากสำคัญคือการเข้าสู่อุตสาหกรรมดิจิทัล ผ่านธุรกิจจำหน่ายไฟฟ้าให้ Data Center โดย “ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี” ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าให้ Data Center ในชลบุรี 60 เมกะวัตต์
ขณะที่โรงผลิตไฟฟ้านวนคร บรรลุข้อตกลงผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าให้ลูกค้า Data Center อีก 2 ราย รวมกำลังผลิต 68 เมกะวัตต์
นอกจากนี้ ยังเดินหน้าศึกษาการลงทุนในธุรกิจเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน หรือ SAF ในตุรกี กำลังผลิต 100,000 ตันต่อปี พร้อมพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่บนพื้นที่โรงไฟฟ้าราชบุรี ทั้งธุรกิจสาธารณูปโภค เศรษฐกิจหมุนเวียน และธุรกิจใหม่ในอนาคต

เป้าหมายปี 2569 ชัดเจน!
ราช กรุ๊ป ตั้งเป้า EBITDA ที่ 15,000 ล้านบาท พร้อมจัดสรรงบลงทุน 10,000 ล้านบาท สำหรับโครงการเดิมและโครงการใหม่ ขณะที่โครงการใน Pipeline มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการเดินหน้า Roadmap ลดก๊าซเรือนกระจก มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero
เกมนี้ “ราช กรุ๊ป” ไม่ได้มองแค่โรงไฟฟ้า แต่กำลังขยายพอร์ตไปสู่ พลังงานทดแทน–Data Center–SAF–ธุรกิจใหม่ เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาวทั้งในไทยและต่างประเทศ