ETL มองครึ่งปีหลัง 2569 สัญญาณธุรกิจขนส่งข้ามแดนเริ่มฟื้น เดินหน้าปรับกลยุทธ์จาก “เน้นปริมาณ” สู่ “เน้นคุณภาพรายได้และกำไร” เจาะกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์–ตู้ควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain) ที่มีมาร์จิ้นสูง รับดีมานด์ขนส่งภูมิภาคขยายตัว พร้อมคุมต้นทุน ลดเที่ยวรถเปล่า เพิ่มประสิทธิภาพการหมุนรอบตู้ ดันธุรกิจเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ
นายธเนศ เมฆินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูโรเอเชีย โทเทิล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ETL ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน เปิดเผยทิศทางธุรกิจช่วงครึ่งหลังปี 2569 ว่า บริษัทประเมินแนวโน้มธุรกิจจะปรับตัวดีขึ้น โดยตั้งแต่ไตรมาส 3/2569 บริษัทเริ่มปรับสัดส่วนงานขนส่งไปยังกลุ่มสินค้าที่สามารถสร้างรายได้และกำไรได้เหมาะสมมากขึ้น
หนึ่งในกลุ่มเป้าหมายสำคัญคือ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตตามการย้ายฐานการผลิตเข้าสู่ประเทศไทย รวมถึงการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ขณะเดียวกัน ETL เพิ่มสัดส่วนงาน Cold Chain Supply Solution พร้อมยกระดับขีดความสามารถในการรับงานตู้แช่เย็น เพื่อรองรับความต้องการขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
ดัน Cold Chain เต็มสปีด ตั้งเป้าใช้ตู้แช่เย็น 200 ตู้/เดือน
แม้ฤดูกาลทุเรียนจะสิ้นสุดลง แต่ ETL เตรียมต่อยอดการขนส่งไปยังมาเลเซีย โดยเน้น ทุเรียนเกรดพรีเมียมและมะพร้าว ซึ่งสามารถขนส่งต่อระยะไกลไปยังประเทศจีน เพื่อสร้างรายได้ต่อเนื่อง
พร้อมเตรียมเปิดโมเดลบริการ ONE Price ที่รวมบริการรถขนส่งและคลังจัดเก็บสินค้าควบคุมอุณหภูมิไว้ในแพ็กเกจเดียว ตั้งเป้าเพิ่มปริมาณการใช้งานตู้แช่เย็นเป็น 200 ตู้ต่อเดือน รองรับการกระจายสินค้าทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และจีน
นอกจากนี้ยังเตรียมเครื่องปั่นไฟพ่วงตู้คอนเทนเนอร์ให้เพียงพอ พร้อมปรับปรุงเวลาในการหมุนรอบตู้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานและสร้างรายได้จากสินทรัพย์ให้คุ้มค่ามากขึ้น
จากจีน–อาเซียน บุกเอเชียกลาง เชื่อมต่อรัสเซีย–ยุโรปตะวันออก
อีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญคือการขยายเครือข่ายเส้นทางขนส่งจากจีนและอาเซียนไปยัง เอเชียกลาง ได้แก่ คาซัคสถาน อุซเบกิสถาน มองโกเลีย และจอร์เจีย รวมถึงเตรียมขยายการเชื่อมต่อไปยัง รัสเซียและยุโรปตะวันออก
ETL จะอาศัยเครือข่ายสำนักงานและพันธมิตรทางธุรกิจในการควบคุมและเพิ่มปริมาณงาน พร้อมพัฒนาระบบขนส่งแบบ Multimodal Transport ครอบคลุมทั้งทางถนน รถไฟ เรือ และอากาศ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า และเปิดโอกาสสร้างรายได้จากเส้นทางใหม่
ไม่เน้นวิ่งเยอะ แต่ต้อง “วิ่งแล้วคุ้ม” คุมเที่ยวรถเปล่า ลดต้นทุน
ด้านการบริหารต้นทุน ETL เดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเที่ยวรถ โดยพยายามสร้างสมดุลระหว่างเที่ยวไปและเที่ยวกลับ เพื่อลดภาระจาก เที่ยวรถเปล่า พร้อมปรับใช้การจ้างรถภายนอกสำหรับการขนส่งเที่ยวเดียว เพื่อช่วยควบคุมต้นทุน
ขณะที่เส้นทาง ไทย–มาเลเซีย–สิงคโปร์ ยังคงมีความสมดุลของการเดินรถในระดับที่ดี สนับสนุนประสิทธิภาพการดำเนินงานในภาพรวม
นายธเนศ กล่าวว่า ETL ยังคงมุ่งสร้าง “คุณภาพของรายได้และกำไร” ควบคู่กับการขยายบริการและเส้นทางที่สร้างมูลค่าให้กับธุรกิจ โดยเลือกงานที่เหมาะสม เพิ่มการใช้ตู้ควบคุมอุณหภูมิ บริหารเที่ยวรถให้มีประสิทธิภาพ และขยายการขนส่งหลายรูปแบบไปยังตลาดใหม่ พร้อมให้ความสำคัญกับ ESG และการยกระดับมาตรฐานองค์กร เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและความเชื่อมั่นในระยะยาว
H1/69 รายได้โต 27% แต่ยังขาดทุน 33.6 ล้านบาท
สำหรับผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2569 ETL มี รายได้จากการให้บริการ 1,083 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% ขณะที่มีผลขาดทุนสุทธิ 33.6 ล้านบาท โดยยังสามารถรักษาปริมาณการขนส่งข้ามพรมแดนเฉลี่ยประมาณ 2,000 เที่ยวต่อเดือน
บริษัทเดินหน้าปรับรูปแบบการดำเนินงานให้สอดคล้องกับต้นทุนและความต้องการของลูกค้า ทั้งการบริหารความไม่สมดุลของเที่ยวรถ การปรับราคาค่าน้ำมันร่วมกับลูกค้า และการพัฒนาเครือข่ายการขนส่ง
จากแผนดังกล่าว ETL คาดว่าจะช่วยสนับสนุนการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ให้เติบโตต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าสร้าง รายได้และความสามารถในการทำกำไรให้แข็งแกร่งขึ้น ตามเป้าหมายที่วางไว้