“อนุทิน–พิพัฒน์” ร่วมเป็นสักขีพยานพิธีลงนามสัญญาจ้างก่อสร้าง 2 โครงการสะพานขนาดใหญ่ของกรมทางหลวงชนบท เดินหน้าสร้าง สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เชื่อม จ.สงขลา–จ.พัทลุง และ สะพานเชื่อมเกาะลันตา จ.กระบี่ หวังยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน เปิดประตูการเดินทางและการท่องเที่ยวภาคใต้ พร้อมขับเคลื่อนสู่ระบบคมนาคมสีเขียว (Green Transport)
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และรัฐมนตรี ผู้บริหารกระทรวงคมนาคม ตลอดจนผู้แทนธนาคารโลก (World Bank) ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนาม ณ โรงแรมบุรีศรีภู อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
โดยมี นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท พร้อมผู้แทนกิจการร่วมค้า CMC และผู้แทนบริษัท CHEC CONSTRUCTION (M) SDN.BHD จากมาเลเซีย ร่วมลงนามในสัญญาจ้างก่อสร้าง

สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา “80 กม. เหลือ 10 นาที”
โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา – ต.จองถนน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง มีเป้าหมายสำคัญในการเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมระหว่าง 2 จังหวัด ลดระยะทางจากเดิมประมาณ 80 กิโลเมตร และลดเวลาเดินทางจากราว 2 ชั่วโมง เหลือเพียงประมาณ 10 นาที
สะพานจะมีขนาด 2 ช่องจราจร กว้างช่องจราจรละ 4 เมตร ไหล่ทางด้านละ 2.5 เมตร มีช่วงสะพานหลักยาวที่สุด 140 เมตร ออกแบบเป็น สะพานแบบคานขึง ขณะที่ช่วงต่อเชื่อมใช้โครงสร้างคอนกรีตอัดแรงรูปกล่อง รวมระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร

วงเงินก่อสร้าง 4,604 ล้านบาท
จุดเด่นอีกด้านคือการออกแบบโครงสร้างสะพานให้สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น โดยนำรูปแบบทางจิตรกรรม “มโนราห์” มาประยุกต์ใช้กับราวสะพาน เพื่อสร้างแลนด์มาร์คแห่งใหม่ พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชนในพื้นที่
“สะพานสงขลา–พัทลุง” เดินหน้าควบคู่อนุรักษ์โลมาอิรวดี
กรมทางหลวงชนบทและธนาคารโลกให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ก่อสร้าง โดยเฉพาะการอนุรักษ์ โลมาอิรวดี ซึ่งเป็นสัตว์สำคัญต่อระบบนิเวศของทะเลสาบสงขลา
พร้อมประสานความร่วมมือกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมถึงกรมประมง เพื่อกำหนดแนวทางก่อสร้างที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ฟื้นฟูทรัพยากรประมง และสนับสนุนวิถีชีวิตของชุมชนโดยรอบ


สะพานเชื่อมเกาะลันตา “รอแพ 2–3 ชั่วโมง เหลือ 2 นาที”
อีกหนึ่งโครงการสำคัญคือ สะพานเชื่อมเกาะลันตา ต.เกาะกลาง – ต.เกาะลันตาน้อย อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ เพื่อแก้ปัญหาการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ปัจจุบันต้องใช้แพขนานยนต์ ซึ่งมีข้อจำกัดด้านปริมาณการให้บริการ และอาจต้องรอข้ามฟากนานถึง 2–3 ชั่วโมง ในช่วงวันหยุดและเทศกาล
โครงการนี้จะก่อสร้างสะพานขนาด 2 ช่องจราจร ความกว้าง 13.50 เมตร รวมระยะทาง 2.240 กิโลเมตร โดยช่วงสะพานหลักออกแบบเป็นสะพานแบบคานขึง มีช่วงยาวที่สุด 200 เมตร และใช้สะพานคอนกรีตอัดแรงรูปกล่องในส่วนสะพานรอง
วงเงินก่อสร้าง 1,781 ล้านบาท
เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ คาดว่าจะลดเวลาเดินทางจากเดิม 2–3 ชั่วโมง เหลือเพียงประมาณ 2 นาที เพิ่มความคล่องตัวในการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยว รวมถึงช่วยให้การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินไปยังโรงพยาบาลในจังหวัดกระบี่ทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ยังเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับการบริหารจัดการทรัพยากรบนเกาะ การอพยพประชาชนกรณีเกิดภัยพิบัติ ตลอดจนสนับสนุนกิจกรรมทางพาณิชยกรรม อุตสาหกรรม และ ยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวเกาะลันตา

2 โครงการ กว่า 6.3 พันล้านบาท
ทั้ง 2 โครงการได้รับอนุมัติให้ใช้แหล่งเงินกู้จาก ธนาคารโลก (World Bank) ในสัดส่วน 70% และงบประมาณแผ่นดิน 30% โดยแต่ละโครงการมีระยะเวลาดำเนินการ 1,080 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งให้เริ่มปฏิบัติงาน
“พิพัฒน์” ระบุว่า โครงการทั้งสองคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2572 และจะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เชื่อมโยงการเดินทาง กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างโอกาสใหม่ให้กับภาคใต้ในระยะยาว
จาก “80 กิโลเมตร เหลือ 10 นาที” ที่สะพานสงขลา–พัทลุง ไปจนถึง “รอแพ 2–3 ชั่วโมง เหลือ 2 นาที” ที่เกาะลันตา นี่จึงไม่ใช่แค่การสร้างสะพาน แต่คือการเปิดเส้นทางใหม่ให้กับ คน เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวภาคใต้