ASW ยิ้มแก้มปริ คอนโด “โมดิซ โวยาจ ศรีนครินทร์”กวาดยอดขายทะลุ 60% ชูธง "Business Unit" ดึงทุน “เมียนมา-โปแลนด์”หนุนพอร์ต พร้อมจับมือ ธอส. ส่งแคมเปญแก้วิกฤติแบงก์เข้ม-หนี้ครัวเรือน 30% เดินหน้าดันเป้าโอนปี’69 ทะลุ 2.6 หมื่นล้าน
อสังหาริมทรัพย์

ASW ยิ้มแก้มปริ คอนโด “โมดิซ โวยาจ ศรีนครินทร์”กวาดยอดขายทะลุ 60% ชูธง "Business Unit" ดึงทุน “เมียนมา-โปแลนด์”หนุนพอร์ต พร้อมจับมือ ธอส. ส่งแคมเปญแก้วิกฤติแบงก์เข้ม-หนี้ครัวเรือน 30% เดินหน้าดันเป้าโอนปี’69 ทะลุ 2.6 หมื่นล้าน

แอสเซทไวส์ จุดพลุคอนโดฯไฮไลต์ "โมดิซ โวยาจ ศรีนครินทร์" มูลค่า 2,656 ล้านบาท รับเทรนด์เม็ดเงินต่างชาติทะลัก! เผยปรากฏการณ์เซอร์ไพรส์ "กลุ่มทุนโปแลนด์" ย้ายเงินหนีภัยสงครามยุโรป ผงาดขึ้นแท่นผู้ซื้อต่างชาติอันดับ 2 ปะทะอันดับ 1 "เมียนมา" ที่ยังครองแชมป์ กว้านซื้อยูนิตเพื่อลงทุนปล่อยเช่า ขณะที่ไต้หวัน-จีนไล่บดอันดับ 3 เน้นอยู่อาศัยเอง พร้อมกางพิมพ์เขียวโมเดลใหม่ "Business Unit" คอนโดฯ จดทะเบียนบริษัทได้รายแรกในย่าน ด้านผู้บริหารงัดไม้เด็ด "Rent to Own" และทีมที่ปรึกษาติวกู้ร่วม ท้าชนวิกฤติแบงก์ปฏิเสธสินเชื่อ 30% เดินหน้าดันเป้าโอนปี 69 ทะลุ 2.6 หมื่นล้าน

 

ตั้งเป้าปี 26 โอนกรรมสิทธิ์ 11 โครงการ รวมมูลค่า 26,000 ล้านบาท

นางสาวพชร ประพันธ์วัฒนะ กรรมการผู้จัดการอาวุโส กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์คอนโดมิเนียม บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW เปิดเผยว่า ในปี 2569 นี้ บริษัทฯมีแผนที่จะโอนกรรมสิทธิ์คอนโดฯครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล และภูเก็ต จำนวนทั้งสิ้น 11 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 26,000 ล้านบาท ซึ่งความสำเร็จในช่วงไตรมาส 1/2569 ที่ผ่านมา บริษัทฯสามารถส่งมอบโครงการเสร็จสิ้นไปแล้วจำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการ เคฟ เจเนซิส นครปฐม และ โครงการ โมดิซ วอลท์ เกษตร-ศรีปทุม สำหรับแผนการดำเนินงานในไตรมาส 3/2569 นี้ บริษัทฯได้เร่งขับเคลื่อนโครงการไฮไลต์ล่าสุดคือ "โมดิซ โวยาจ ศรีนครินทร์" (Modiz Voyage Srinakarin) ซึ่งมีมูลค่าโครงการอยู่ที่ประมาณ 2,656 ล้านบาท

ชูโมเดล"Business Unit" นวัตกรรมที่อยู่อาศัยเพื่อสตาร์ทอัพ-ฟรีแลนซ์

“โมดิซ โวยาจ ศรีนครินทร์” (Modiz Voyage Srinakarin) ตั้งอยู่บนพื้นที่ 3 ไร่เศษ บนถนนศรีนครินทร์ พัฒนาในรูปแบบของคอนโดฯ High Rise สูง 37 ชั้น ขนาดตั้งแต่ 23-55 ตารางเมตร ราคาขายเริ่มต้นที่ 2.3-6 ล้านบาท จำนวน 813 ยูนิต มูลค่าโครงการ 2,656 ล้านบาท ซึ่งเปิดการขายไปตั้งแต่ปี 2566 ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 60% โดยโครงการนี้ถือว่าเป็นโครงการแรกของ ASW ที่ปฏิวัติโครงสร้างตึกสูงของโครงการ ภายใต้แนวคิดการจัดตั้ง "Business Unit" ถือเป็นก้าวแรกและโมเดลนำร่องที่บริษัทนำมาใช้ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้านักลงทุนที่มีเงินทุนก้อนเดียว แต่ต้องการพื้นที่จดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจควบคู่กับการอยู่อาศัยในที่เดียวกัน โดย ASW ได้จัดสรรโซนเฉพาะสำหรับธุรกิจประเภทนี้จำนวน 4 ชั้นเต็ม รวมทั้งสิ้น 116 ยูนิต กำหนดระดับราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 2.29-2.99 ล้านบาท

“กลุ่มธุรกิจของลูกค้าที่เข้ามาเลือกซื้อห้องและเปิดดำเนินกิจการจริงมีความหลากหลายอย่างมาก เช่น ผู้ฝึกสอนด้านฟิตเนสส่วนบุคคล (Personal Trainer) ร้านออกแบบตัดเย็บเสื้อผ้าแฟชั่น กลุ่มนักออกแบบกราฟิกดีไซเนอร์ ธุรกิจวิเคราะห์โทนสีผิวเพื่อการแต่งหน้าและการแต่งตัว (Personal Color Test) ไปจนถึงกลุ่มธุรกิจโฮมออฟฟิศ ซึ่งธุรกิจกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นประเภทที่มีฐานลูกค้าเดิมอยู่แล้วและทำงานภายใต้ระบบนัดหมายผู้ใช้บริการล่วงหน้า (Appointment Only) ไม่ใช่ลักษณะของร้านค้าทั่วไป (Retail Shop) ที่เปิดรับผู้มาเยือนแบบสุ่มเดินวอล์กอิน (Walk-in) จึงไม่สร้างทราฟฟิกหรือความพลุกพล่านหนาแน่นแก่โครงการ ยิ่งไปกว่านั้น ในมิติด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบระบบรักษาความปลอดภัย ทางบริษัทได้กำหนดให้มีการแยกพื้นที่ต้อนรับ ล็อบบี้ ลิฟต์โดยสาร ตลอดจนการจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงชั้นด้วยคีย์การ์ดเฉพาะโซน (Card Access Control) ของฝั่งธุรกิจแยกออกจากฝั่งผู้พักอาศัยอย่างสิ้นเชิงเพื่อไม่ให้เกิดการปะปนกัน รวมถึงจัดให้มีทีมงานอำนวยความสะดวกต้อนรับส่วนหน้า (Concierge) คอยประสานงานและรับพัสดุสำหรับฝั่งธุรกิจโดยเฉพาะ”นางสาวพชร กล่าว

กลุ่มทุนเมียนมา ควงแขนโปแลนด์ ช้อปคอนโดฯเพื่อลงทุน ยันนโยบาย One Price ดึงดูดต่างชาติ

ปัจจุบันโครงการดังกล่าวสามารถทำยอดขายได้แล้วกว่า 60% โดยกลุ่มที่ซื้อเป็นคนไทย 80% และต่างชาติ 20% โดยชาวต่างชาติอันดับแรกที่ซื้อคอนโดฯมากที่สุดคือ เมียนมา คว้าสิทธิ์ราคา "One Price" เดียวกับคนไทย ส่วนอันดับ 2 เป็นต่างชาติกลุ่มใหม่ที่สร้างความเซอร์ไพรส์เป็นอย่างมาก คือ ชาวโปแลนด์ มองหาความมั่นคงทางการเงินท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในแถบยุโรป โดยลูกค้าทั้ง 2 กลุ่ม จะเน้นการลงทุนปล่อยเช่าระยะยาว  ผ่านโมเดลนวัตกรรมใหม่อย่าง "Business Unit"ที่ได้รับการออกแบบแยกสัดส่วน ล็อบบี้ และลิฟต์โดยสารออกจากส่วนพักอาศัยอย่างเป็นเอกเทศ เพื่อรองรับกลุ่มธุรกิจฟรีแลนซ์ยุคใหม่ที่เน้นการนัดหมายล่วงหน้าโดยไม่รบกวนความเป็นส่วนตัวของลูกบ้านพักอาศัย โดยห้องที่ปล่อยเช่า ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 10,000-15,000 บาท/เดือน ส่วนชาวต่างชาติกลุ่มที่ 3 ที่ซื้อคอนโดฯโครงการนี้เพื่ออยู่อาศัย คือ กลุ่มชาวไต้หวันและจีน ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน แต่กลุ่มนี้จะเป็นการซื้อเพื่อการอยู่อาศัยเองมากกว่า

เมื่อวิเคราะห์โครงสร้างกลุ่มผู้ซื้อพบว่านอกจากกลุ่มคนไทยที่เป็นกำลังซื้อหลักแล้ว ยังมีสัดส่วนกลุ่มลูกค้าต่างชาติเข้ามาทำธุรกรรมซื้อขายคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 20% ของพอร์ตที่ขายได้ทั้งหมด โดยผู้ซื้อต่างชาติอันดับ 1 ในขณะนี้คือชาวพม่าซึ่งทาง ASW ได้เปิดใช้นโยบายราคากลางเท่าเทียมกันระหว่างลูกค้าไทยและต่างชาติ หรือ "One Price" ในระดับราคาเฉลี่ยตั้งแต่ 3 ถึง 5 ล้านบาทต่อยูนิต ขณะที่กลุ่มลูกค้าต่างชาติอันดับ 2 ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างน่าจับตามองคือกลุ่มชาวโปแลนด์ ซึ่งเป็นผลสัมฤทธิ์จากการดำเนินงานเชิงรุกของทีมพัฒนาธุรกิจระหว่างประเทศ (B2B) ของบริษัทในการสร้างพันธมิตรกับเอเจนต์ต่างแดน ประกอบกับปัจจัยผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมือง

และภัยสงครามในทวีปยุโรป ส่งผลให้กลุ่มนักลงทุนชาวโปแลนด์ตัดสินใจโยกย้ายเม็ดเงินมาลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเพื่อความปลอดภัยมั่นคงส่วนบุคคล ขณะที่ลูกค้าต่างชาติในกลุ่มอันดับที่ 3 ได้แก่ กลุ่มลูกค้าชาวไต้หวันและชาวจีนที่มีสัดส่วนไล่เลี่ยสูสีกัน ทว่ามีพฤติกรรมการซื้อที่แตกต่างจากสองกลุ่มแรกอย่างเห็นได้ชัด โดยชาวไต้หวันและจีนที่คุ้นเคยกับวิถีชีวิตในไทยจะเน้นการซื้อคอนโดฯเพื่อการอยู่อาศัยเองเป็นหลัก ต่างจากกลุ่มพม่าและโปแลนด์ที่เน้นการซื้อห้องชุดไซส์ขนาด 1-Bedroom และ One Plus เพื่อปล่อยเช่าเชิงธุรกิจและการลงทุนเป็นสำคัญ”นางสาวพชร กล่าว

ด้านงานออกแบบดีไซน์ โครงการ “โมดิซ โวยาจ ศรีนครินทร์” ถูกออกแบบพื้นที่ภายใต้แนวคิดตั้งต้นจาก “The Never-Ending Journey” ถ่ายทอดการเดินทางสู่เป้าหมายชีวิตผ่านสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นให้กลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ในย่านศรีนครินทร์ ด้วยดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการเดินทางของสะเก็ดดาวในห้วงอวกาศ สะท้อนผ่านเส้นสายรูปทรงเหลี่ยมมุม และลวดลายที่ผสานพื้นผิวสัมผัสหินธรรมชาติที่จำลองร่องรอยแห่งพลังและความเคลื่อนไหวอย่างมีมิติ พร้อมเชื่อมโยงสู่พื้นที่ภายในด้วยส่วนกลางจัดเต็มถึง 4 ชั้น และมุมมอง Panoramic View 360 องศาบนชั้นสูงสุด เพื่อตอบโจทย์ทุกโหมดการใช้ชีวิตแบบ Work-Life Balance อย่างลงตัว

“โครงการยังมีห้องพักอาศัย ทั้ง Resident Unit พื้นที่ใช้สอย 23.4-34.8 ตารางเมตร และ Business Unit พื้นที่ใช้สอย 24.6-35.0 ตารางเมตร โดดเด่นด้วยห้องดีไซน์ Extra Wide หน้ากว้างสูงสุดถึง 7.6 เมตร ที่ให้ความรู้สึกโปร่งโล่ง รวมถึง Business Unit หนึ่งเดียวในย่านที่สามารถรองรับการจดทะเบียนประกอบธุรกิจได้ ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยและการทำธุรกิจบนทำเลศักยภาพ” นางสาวพชร กล่าว

รับมือยอด Reject 30% ส่งเซลสวมบทที่ปรึกษาติวกู้ร่วม แก้วิกฤติแบงก์เข้มปล่อยสินเชื่อ

นางสาวพชร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในมิติของการเงินและการเตรียมความพร้อม ที่จะส่งมอบกรรมสิทธิ์ในช่วงเดือนธันวาคม 2569 หลังจากที่โครงการโมดิซ โวยาจ ศรีนครินทร์” (Modiz Voyage Srinakarin)  ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อเดือนสิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งยอมรับว่าสภาวะเศรษฐกิจในประเทศ ส่งผลให้กลุ่มลูกค้าคนไทยบางส่วนเผชิญกับอุปสรรคในการอนุมัติสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงิน โดยมีสถิติตัวเลขลูกค้าที่ประสบปัญหายอดปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate) อันเนื่องมาจากประเด็นหนี้สินส่วนบุคคลและภาระหนี้สินครัวเรือนเฉลี่ยอยู่ที่อัตราส่วนประมาณ 30% ยิ่งไปกว่านั้นในช่วงโค้งสุดท้ายปลายปี ทางธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ยังเพิ่มดีกรีความเข้มงวดในการพิจารณาตรวจสอบความมั่นคงทางการเงินไปถึงระดับเสถียรภาพและผลประกอบการของบริษัทต้นสังกัดที่ผู้กู้ทำงานอยู่ด้วย ดังนั้นเพื่อแก้ไขข้อจำกัดดังกล่าว ทาง ASW ได้ปรับกระบวนการทำงานของพนักงานขายอย่างเข้มข้น โดยทำหน้าที่เป็นเสมือนที่ปรึกษาทางการเงินส่วนบุคคลคอยสกรีนฐานเงินเดือนและประเมินประวัติการชำระหนี้ของลูกค้าตั้งแต่ช่วงจองซื้อ พร้อมประสานหาแนวทางช่วยเหลือและแนะนำการยื่นเรื่อง "กู้ร่วม" อย่างรวดเร็วตั้งแต่ขั้นตอนแรกๆ เพื่อช่วยให้ลูกค้าทุกรายมีโอกาสผ่านเกณฑ์การอนุมัติได้สูงที่สุด

สองประสานโปรแกรมช่วยซื้อ: "Rent to Own" ปิดดีลต่างชาติ และโครงการ "ชีวิตดีๆ" ดีลตรง ธอส. พยุงคนไทย

จากพฤติกรรมและวิกฤตความสามารถในการซื้อในปัจจุบัน ASW ได้เปิดตัวนวัตกรรมทางการเงิน 2 แคมเปญหลักเพื่อแบ่งเบาภาระและเพิ่มโอกาสเข้าอยู่อาศัยแก่ลูกค้า ได้แก่

1.โปรแกรม Rent to Own (สำหรับลูกค้าต่างชาติ): มุ่งตอบโจทย์ลูกค้าชาวต่างประเทศที่ต้องการย้ายเข้าอยู่อาศัยในยูนิตพร้อมอยู่ทันทีแต่ไม่สะดวกชำระค่าห้องด้วยเงินสด 100% เต็มจำนวนในครั้งเดียว โดยเปิดโอกาสให้ลูกค้าวางเงินชำระก้อนแรกเพียง 50% แล้วจึงทำสัญญาแบ่งจ่ายเงินส่วนที่เหลืออีก 50% โดยตรงกับทาง ASW เป็นระยะเวลายาว 3 ปีเต็ม ซึ่งช่วยขยายโอกาสในการปิดดีลกับกลุ่มลูกค้าต่างชาติกำลังซื้อสูงได้อย่างกว้างขวางขึ้น

2.โปรแกรม ชีวิตดีๆ (สำหรับลูกค้าคนไทย) ดำเนินความร่วมมือร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) โดยสถาบันการเงินจะเข้ามามีบทบาทในการช่วยคัดกรองเบื้องต้นเพื่อประเมินศักยภาพของลูกค้าที่ยังไม่พร้อมยื่นกู้ในวันนี้ แต่มีแนวโน้มที่จะสามารถขอสินเชื่อผ่านเกณฑ์ได้ในอีก 6 เดือน ถึง 1 ปีข้างหน้า ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้สามารถทำสัญญาย้ายเข้าพักอาศัยในโครงการได้ทันทีและจ่ายค่าใช้จ่ายรายเดือนเสมือนค่าเช่าที่ประมาณ 10,000-20,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเงินที่ชำระทั้งหมดจะถูกนำไปใช้อ้างอิงและบันทึกข้อมูลเพื่อเป็นเครื่องพิสูจน์การรักษาวินัยทางการเงินสะสมของลูกค้าสำหรับเสนอให้ ธอส. พิจารณาอนุมัติปล่อยสินเชื่อจริงเมื่อครบกรอบเวลาที่ตกลงกันไว้

“ASW ได้งัดแคมเปญการเงินเชิงรุกเข้ามาช่วยเหลือผู้ซื้ออย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการส่งโปรแกรม ‘Rent to Own’ เอาใจลูกค้าต่างชาติด้วยเกณฑ์ชำระเงินดาวน์ 50% แล้วทยอยแบ่งจ่ายส่วนที่เหลือ 3 ปี และการประสานความร่วมมือกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จัดโครงการ "ชีวิตดีๆ" สกรีนความพร้อมและบ่มเพาะวินัยทางการเงินให้ลูกค้าไทยย้ายเข้าอยู่อาศัยได้ก่อนพร้อมรับบทบาทคู่คิดแก้เคสกู้ร่วมอย่างใกล้ชิด พร้อมตั้งเป้าหมายปิดการขายยูนิตที่เหลือโครงการ ‘โมดิซ โวยาจ ศรีนครินทร์’ (Modiz Voyage Srinakarin) ทั้งหมดภายในปี 2570

กางแผนเร่งปิดตึกปี 70 สบช่องคว้าสิทธิ์ EIA เคาะตอกเข็มโครงการใหม่ "Kave Boom" แยกเกษตร

สำหรับทิศทางตลาดคอนโดมิเนียมในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 นี้ มองว่าจะกลับมาคึกคักขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการแข่งขันทยอยเปิดหน้าโครงการใหม่ของกลุ่มผู้ประกอบการต่างๆ โดยพฤติกรรมราคาที่มีกำลังซื้อรองรับและหมุนเวียนได้ดีที่สุดยังคงเกาะกลุ่มอยู่ในกรอบราคาระหว่าง 2 - 3 ล้านบาท ทั้งนี้ ASW ได้วางเป้าหมายที่จะรุกกิจกรรมทางการตลาดและการขายเพื่อปิดยอดสัญญา 40% ที่เหลือของโครงการปัจจุบันให้หมดสิ้นภายในรอบปี 2570  ควบคู่ไปกับการเร่งเดินหน้าขยายอาณาจักรแคมปัสคอนโดในพอร์ตเพิ่มเติม ล่าสุดแบรนด์ได้สร้างความฮือฮาในวงการด้วยการเข้าซื้อกิจการพอร์ตโครงการคอนโดมิเนียมทำเลทองติดแนวรถไฟฟ้าแยกเกษตรจากผู้ประกอบการรายเดิม คือ บริษัท บิด บล็อก จำกัด พร้อมเข้าสวมสิทธิ์การจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ที่ผ่านการอนุมัติเป็นที่เรียบร้อย และเริ่มดำเนินการตอกเสาเข็มก่อสร้างไปแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยไม่ต้องเริ่มกระบวนการขออนุญาตใหม่ที่ต้องใช้เวลากว่า 9 เดือน โดยโครงการใหม่นี้จะถูกนำมาพัฒนาต่อยอดภายใต้ชื่อโครงการ “เคฟ บลูม เกษตร” (Kave Bloom Kaset) มีการปรับเปลี่ยนพิมพ์เขียวและขนาดหน้ากว้างของห้องพักให้มีมิติกว้างขวางขึ้นและเลือกใช้ประตูกระจกกั้นสไลด์ตามแนวดีไซน์ที่ประสบความสำเร็จของบริษัท เคาะราคาเริ่มต้นในระดับล้านปลายๆ ถึง 2 ล้านบาทเศษ พร้อมเปิดต้อนรับกลุ่มคู่ค้า เอเจนต์ และผู้บริโภคให้เข้าร่วมเยี่ยมชมโครงการและจับจองกรรมสิทธิ์อย่างเป็นทางการในแคมเปญกระตุ้นยอดขายวันดี 9 กันยายน 2569 นี้

ชูทัพหน้า "Asset A Plus" บริหารสินทรัพย์ปล่อยเช่า ไร้กังวลเกณฑ์การันตียีลด์

ในด้านการบริหารจัดการและช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มผู้ซื้อเพื่อลงทุนปล่อยเช่า ทาง ASW ได้เตรียมความพร้อมรองรับอย่างเต็มรูปแบบผ่านบริษัทลูก "บริษัท แอสเซท เอ พลัส จำกัด" (Asset A Plus) ซึ่งเข้ามามีบทบาทดูแลงานบริหารจัดการทรัพย์สินส่วนบุคคล (Property Management) ให้กับทุกโครงการในเครืออย่างเบ็ดเสร็จ ตั้งแต่งานจัดหาอุปกรณ์ตกแต่งห้องชุด การประสานงานคัดสรรและทำสัญญาดูแลผู้เช่า ตลอดจนการเข้าสำรวจความเสียหายเพื่อหักเงินค้ำประกันประกันภัยและซ่อมบำรุงห้องชุดเมื่อผู้เช่าคนเก่าย้ายออก ทั้งนี้ สำหรับโครงการ โมดิซ โวยาจ ศรีนครินทร์ ล่าสุดนี้ ทางบริษัทฯได้ยกเลิกการใช้โปรแกรมรับประกันผลตอบแทนคงที่ (Guaranteed Yield) เนื่องจากข้อมูลตลาดชี้ชัดว่าความต้องการที่แท้จริงของนักลงทุนส่วนใหญ่ต้องการทีมบริหารสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพและความสามารถในการทำตลาดมากกว่าการจำกัดอัตราผลตอบแทนคงที่ เนื่องจากในระยะยาวพฤติกรรมความต้องการห้องพักในย่านแคมปัสคอนโดฯ และทำเลทองยังมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น (Upside) ส่งผลให้ค่าเช่าเฉลี่ยของประเภทห้องชุด 1-Bedroom สามารถขยายตัวไปแตะระดับเริ่มต้น 10,000 บาทต่อเดือน และห้องประเภท One Plus แตะระดับ 15,000 บาทต่อเดือนได้อย่างสบาย ซึ่งจะช่วยสร้างอัตราผลตอบแทนจริงที่สูงกว่าตัวเลขรับประกันในตลาดทั่วไป

เตรียมสัมผัส “ตึกจริง วิวจริง” ของโครงการ Modiz Voyage ศรีนครินทร์ เป็นครั้งแรกวันที่ 5-6 กันยายนนี้ พร้อมข้อเสนอพิเศษเฉพาะวันงาน รับส่วนลดเพิ่ม 100,000 บาท* ค่าส่วนกลางฟรี 1 ปี* ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขโปรโมชั่น หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Line OA : @ModizVoyage หรือโทร 02-168-0000

 

 

 

 

You can share this post!