“เอกนัฏ” รมว.พลังงาน รับโจทย์ใหญ่ความต้องการใช้ไฟฟ้าไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เร่งยกระดับโครงข่ายไฟฟ้า–ระบบกักเก็บพลังงาน–พลังงานสะอาด พร้อมวางกลไกรองรับการขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ หวังสร้างความมั่นคงทางพลังงานควบคู่การเติบโตทางเศรษฐกิจ ด้านไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพ “Gastech 2026” 14–17 ก.ย.นี้ ดึงผู้นำพลังงานกว่า 50,000 คน จากกว่า 150 ประเทศ เชื่อมเทคโนโลยี เงินลงทุน และความร่วมมือพลังงานโลกสู่ไทย

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า การใช้พลังงานที่เติบโตขึ้นในทุกภาคส่วน ถือเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่กำลังผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาค โดยกระทรวงพลังงานประเมินว่า ความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ดังนั้น โจทย์สำคัญไม่ได้อยู่เพียงการผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอ แต่ต้องพัฒนาระบบไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพ สามารถรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมบริหารจัดการต้นทุนการขยายโครงข่าย ประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าและน้ำ รวมถึงผลกระทบต่อทรัพยากรและประชาชน เพื่อให้อุตสาหกรรมใหม่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศได้สูงสุด โดยไม่เพิ่มภาระด้านต้นทุนและทรัพยากรของภาคประชาชน


เร่งเครื่องโครงข่าย–กักเก็บพลังงาน–พลังงานสะอาด
กระทรวงพลังงานจึงเร่งดำเนินการหลายด้าน ทั้งการพัฒนา โครงข่ายไฟฟ้าให้มีความยืดหยุ่นและรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลง การส่งเสริมระบบกักเก็บพลังงาน การเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด และการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าในภูมิภาค เพื่อเสริมความมั่นคงของระบบและรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน ยังให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจ ดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง โดยรัฐบาลได้วางกลไกกำกับการพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ
ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบจัดตั้ง คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อกำหนดกรอบการพัฒนาอุตสาหกรรมให้สามารถสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ ควบคู่กับการรักษาความมั่นคงทางพลังงานและการจัดสรรทรัพยากรอย่างเหมาะสม


เปิดเวที Gastech 2026 ดึงพลังงานโลกเข้าไทย
นอกจากการเตรียมความพร้อมภายในประเทศแล้ว ความร่วมมือระหว่างประเทศยังเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการพัฒนาระบบพลังงานให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและความต้องการใช้พลังงานในอนาคต
ประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงาน “Gastech 2026” ระหว่างวันที่ 14–17 กันยายน 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ โดยเป็นงานประชุมและนิทรรศการด้านพลังงานระดับโลก ซึ่งจะรวบรวมผู้นำอุตสาหกรรม ผู้กำหนดนโยบาย นักลงทุน ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานจากทั่วโลก
คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 50,000 คน จากกว่า 150 ประเทศ ครอบคลุมรัฐมนตรี ผู้กำหนดนโยบาย นักลงทุน ผู้นำด้านเทคโนโลยี และผู้บริหารระดับสูงในอุตสาหกรรมพลังงาน

ภายในงานจะเป็นเวทีแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงเทคโนโลยีตลอดห่วงโซ่คุณค่าพลังงาน ตั้งแต่ เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ ระบบไฟฟ้า ไฮโดรเจน ก๊าซธรรมชาติ ไปจนถึง AI สำหรับภาคพลังงาน รวมถึงนวัตกรรมลดการปล่อยคาร์บอน อุตสาหกรรมการเดินเรือสีเขียว และระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ
นายเอกนัฏ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีกำลังทำให้โจทย์ด้านพลังงานมีความซับซ้อนมากขึ้น ประเทศไทยจึงต้องเตรียมพร้อมทั้งด้าน นโยบาย โครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และความร่วมมือระหว่างประเทศ
โดย Gastech 2026 จะเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เชื่อมโยงเทคโนโลยีและการลงทุน ตลอดจนสร้างความร่วมมือกับภาคพลังงานจากทั่วโลก เพื่อนำมาต่อยอดการพัฒนาระบบพลังงานของไทยให้มีความมั่นคง มีประสิทธิภาพ และรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว
