“ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี” หรือ UNIX เดินหน้าครึ่งหลังปี 2569 เต็มกำลัง หลังโชว์ผลงานครึ่งปีแรกเติบโตโดดเด่น พร้อมเร่งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต คุมต้นทุน และเพิ่มสัดส่วนสินค้ามูลค่าเพิ่ม รองรับความต้องการของลูกค้าหลักที่ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง
งานนี้ได้แรงหนุนจาก เครื่องจักรใหม่ ที่บริษัทลงทุนไว้ก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ และเริ่มทยอยติดตั้ง เพื่อเพิ่มศักยภาพและกำลังการผลิต โดยไม่กระทบต่อการผลิตและการส่งมอบสินค้า ขณะที่เทคโนโลยีใหม่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดการใช้ไฟฟ้า และควบคุมต้นทุน สอดรับกับแนวทาง Continuous Improvement และ Lean Process
ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ 2 ธุรกิจหลัก
- Heavy Duty Sack ไตรมาส 2/69 โต 32.5% QoQ และ 33.4% YoY
- Film for Flexible Packaging โต 22.1% QoQ และ 15.3% YoY
ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 3 บริษัทระบุว่า ความต้องการของทั้ง 2 กลุ่มยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมเดินหน้ารักษาฐานลูกค้าและเตรียมความพร้อมด้านการผลิตเพื่อรองรับดีมานด์ต่อเนื่อง
ผลงานครึ่งปีแรกก็ไม่น้อยหน้า
Q2/69 UNIX มีกำไรสุทธิ 117.73 ล้านบาท พุ่ง 244.43% YoY จาก 34.18 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการขายอยู่ที่ 883.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.52%
ส่วนงวด 6 เดือนแรกปี 69 มีกำไรสุทธิ 180.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 117.28% YoY จาก 83.19 ล้านบาท และมีรายได้จากการขาย 1,662.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.77%
อีกหมากสำคัญคือ “บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน”
UNIX เดินหน้าลงทุนด้าน R&D พัฒนาผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์เมกะเทรนด์โลก โดยล่าสุดพัฒนาสูตรการผลิตฟิล์ม MDO แบบ PFAS Free สำเร็จ พร้อมต่อยอดผลิตภัณฑ์ที่ใช้ PCR และบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้
จุดสำคัญคือยังคงรักษาความแข็งแรงและประสิทธิภาพในการปกป้องสินค้า เพื่อให้ตอบโจทย์ทั้ง ความต้องการของตลาด + กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น
ด้านโครงสร้างองค์กร UNIX ยังปรับตำแหน่งผู้บริหารให้สอดรับกับทิศทางธุรกิจ โดยมีผลตั้งแต่ 1 กันยายน 2569 เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการขับเคลื่อนแผนงาน
“โสฬส ยอดมงคล” ซีอีโอ UNIX ระบุว่า ครึ่งหลังปีนี้บริษัทจะเดินหน้าการเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการบริหารวัตถุดิบ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รักษาฐานลูกค้า และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ พร้อมติดตามราคาวัตถุดิบและเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด
เครื่องจักรใหม่ + สินค้ามูลค่าเพิ่ม + นวัตกรรม Green Packaging
3 เครื่องยนต์สำคัญที่ UNIX วางไว้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และปูทางสู่การเติบโตระยะยาว