รฟม. กางแผน “โมโนเรลหาดใหญ่” 1.6 หมื่นล้าน จ่อทบทวนเส้นทาง-ลดต้นทุน เชื่อมสนามบิน-รถไฟทางไกล ลุ้นเปิดปี 2578
คมนาคม

รฟม. กางแผน “โมโนเรลหาดใหญ่” 1.6 หมื่นล้าน จ่อทบทวนเส้นทาง-ลดต้นทุน เชื่อมสนามบิน-รถไฟทางไกล ลุ้นเปิดปี 2578

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการรถไฟฟ้าระบบราง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ระยะทาง 12.54 กิโลเมตร วงเงินลงทุนเบื้องต้น 16,186.01 ล้านบาท เตรียมทบทวนผลการศึกษาและออกแบบโครงการใหม่ให้สอดคล้องกับสภาพเมือง ปริมาณผู้โดยสาร และความคุ้มค่าการลงทุน พร้อมพิจารณาขยายเส้นทางเชื่อมสนามบินหาดใหญ่และสถานีรถไฟทางไกล ถอดบทเรียนมหาอุทกภัยปี 2568 ตั้งเป้าเริ่มก่อสร้างปี 2574 และเปิดให้บริการปี 2578 หวังยกระดับการเดินทาง กระตุ้นการลงทุน และหนุนเศรษฐกิจภาคใต้

นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม. เปิดเผยภายในเวทีเสวนา “MRTA Future Connect ก้าวต่อไปของ รฟม.” เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ว่า ปัจจุบันร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดจังหวัดให้ รฟม. ดำเนินกิจการรถไฟฟ้าในจังหวัดสงขลา อยู่ระหว่างสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อประกาศใช้เป็นกฎหมาย หลังคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569

ภายหลัง พ.ร.ฎ. มีผลบังคับใช้ รฟม. เตรียมจัดหาที่ปรึกษาเพื่อศึกษาทบทวนความเหมาะสม ออกแบบรายละเอียดโครงการ และจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ฉบับใหม่ โดยคาดว่าจะเริ่มศึกษาทบทวนในปี 2570 ใช้เวลาประมาณ 1 ปี ก่อนเสนอขออนุมัติโครงการและรูปแบบการลงทุนในปี 2572 จากนั้นเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกเอกชน ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี ก่อนเริ่มก่อสร้างในปี 2574 และตั้งเป้าเปิดให้บริการในปี 2578

ปรับแผนลงทุนใหม่ ลดต้นทุน–เล็งต่อขยายสนามบิน

ผู้ว่าการ รฟม. ระบุว่า การทบทวนโครงการมีเป้าหมายเพื่อให้รูปแบบการลงทุนเหมาะสมกับสถานะทางการเงินของประเทศ และสอดคล้องกับปริมาณผู้โดยสารที่คาดการณ์ได้จริง โดยจะพิจารณาปรับรายละเอียดแนวเส้นทางและรูปแบบการก่อสร้างให้เหมาะสมกับบริบทของเมืองหาดใหญ่

หนึ่งในแนวทางที่อยู่ระหว่างพิจารณา คือ การขยายเส้นทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่เพิ่มเติมประมาณ 9 กิโลเมตร รวมถึงการพิจารณาก่อสร้างทางระดับดินในช่วงนอกเขตเมือง เพื่อลดต้นทุนเมื่อเทียบกับโครงสร้างทางยกระดับที่มีค่าใช้จ่ายสูง พร้อมบูรณาการการเดินทางเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟทางไกลของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อให้ประชาชนสามารถเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางได้อย่างสะดวกและไร้รอยต่อ

ทั้งนี้ วงเงินลงทุนเบื้องต้น 16,186.01 ล้านบาท ยังไม่รวมค่าจัดหารถไฟฟ้า โดย รฟม. จะทบทวนข้อมูลการศึกษาเดิมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านวิศวกรรม เทคนิค เศรษฐศาสตร์ การเงิน และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้โครงการมีความเหมาะสมและคุ้มค่าต่อการลงทุนมากที่สุด

ถอดบทเรียนน้ำท่วมใหญ่ปี 68 ออกแบบระบบรางให้ปลอดภัย

อีกประเด็นสำคัญ คือ การนำบทเรียนจากมหาอุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่เมื่อปี 2568 มาวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง เพื่อใช้ประกอบการออกแบบโครงการให้มีความปลอดภัยและเป็นไปตามมาตรฐาน โดยจะสำรวจสภาพพื้นที่และรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน

นอกจากนี้ รฟม. จะพิจารณากำหนดอัตราค่าโดยสารให้เหมาะสมกับค่าครองชีพของประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนศึกษาพฤติกรรมการเดินทางและแนวโน้มการขยายตัวของเมือง เพื่อให้ระบบรถไฟฟ้าสามารถตอบโจทย์ความต้องการเดินทางได้จริง พร้อมเตรียมจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่หาดใหญ่ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงการ

โมโนเรล 12 สถานี เชื่อมเมือง–หนุนเศรษฐกิจภาคใต้

สำหรับโครงการระบบขนส่งมวลชนโดยระบบราง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตามแนวคิดการศึกษาเบื้องต้น มีระยะทาง 12.54 กิโลเมตร จำนวน 12 สถานี มีโรงจอดและศูนย์ซ่อมบำรุง 1 แห่ง บริเวณสถานีคลองหวะ และจุดเปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่ง 3 แห่ง ได้แก่ สถานีคลองหวะ สถานีคอหงส์ และสถานีรถตู้

โครงการมีเป้าหมายรองรับการเดินทางของประชาชนในเขตเมืองหาดใหญ่ รวมถึงผู้เดินทางจากพื้นที่โดยรอบและจังหวัดใกล้เคียง โดยมุ่งเชื่อมโยงกับระบบขนส่งสาธารณะและโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง ลดการพึ่งพารถยนต์ส่วนบุคคล และช่วยบรรเทาปัญหาการจราจร

หากโครงการเปิดให้บริการได้ตามเป้าหมาย คาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายและเวลาเดินทางของประชาชน ลดมลพิษทางอากาศ ตลอดจนกระตุ้นการพัฒนาเมือง การลงทุน การท่องเที่ยว และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพของหาดใหญ่ในฐานะศูนย์กลางการค้าและบริการสำคัญของภาคใต้

รฟม. เร่งขยายโครงข่ายรถไฟฟ้า ดันเมืองภูมิภาคเติบโต

นายกาจผจญกล่าวเพิ่มเติมว่า ภารกิจของ รฟม. ในระยะต่อไปไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล แต่ยังครอบคลุมการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนในเมืองหลักภูมิภาค 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ต นครราชสีมา พิษณุโลก และสงขลา โดยต้องคำนึงถึงบริบทของแต่ละพื้นที่ ทั้งผังเมือง พฤติกรรมการเดินทาง สภาพภูมิศาสตร์ และการเชื่อมต่อกับระบบขนส่งเดิม

ขณะเดียวกัน รฟม. ยังมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการรถไฟฟ้า พัฒนาระบบตั๋วโดยสารและนำนวัตกรรมมาใช้ รองรับนโยบายค่าโดยสารของรัฐบาล ตลอดจนต่อยอดการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินและพื้นที่รอบสถานี สร้างพันธมิตรทางธุรกิจ และเพิ่มรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อลดการพึ่งพารายได้จากค่าโดยสารเพียงอย่างเดียว

รฟม. ตั้งเป้าหมายให้สถานีรถไฟฟ้าเป็นมากกว่าจุดรับ–ส่งผู้โดยสาร แต่เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการเดินทาง เศรษฐกิจ และการใช้ชีวิตของประชาชน พร้อมเดินหน้าพัฒนาองค์กรตามแนวทาง ESG ควบคู่การดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับระบบขนส่งมวลชนของประเทศในระยะยาว

 

You can share this post!