บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยเดือนพฤศจิกายน 2569 ในช่วงแรกยังมีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันจาก Sentiment การลงทุนทั่วโลกที่ยังไม่สดใส ประกอบกับกระแสเงินทุนที่อาจโยกจากตลาดหุ้นเข้าสู่ตลาดพันธบัตร แนะนักลงทุนคงน้ำหนักการลงทุนในระดับเดิม รอความชัดเจนของปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ
จับตาเลือกตั้งสหรัฐฯ–MSCI หนุนตลาด
นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยยังต้องใช้กลยุทธ์ลงทุนอย่างระมัดระวัง แม้มีปัจจัยบวกทางเทคนิคจากโอกาสที่หุ้นไทยจะได้รับการเพิ่มน้ำหนักเล็กน้อยในดัชนี MSCI Emerging Markets (MSCI EM) รอบทบทวนเดือนพฤศจิกายน โดยจะทราบผลในช่วงเช้าตรู่วันที่ 12 พฤศจิกายน 2569 ตามเวลาประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม ตลาดโลกยังมีความไม่แน่นอน ทั้งความเชื่อมั่นในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ลดลง และการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตาม
หากผลการเลือกตั้งเป็นไปตามกรณีฐานที่ประเมินไว้ โอกาสผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการใช้จ่ายภาครัฐและนโยบายลดภาษีของสหรัฐฯ อาจลดลง แม้จะส่งผลดีต่อวินัยการคลัง แต่ก็อาจกดดันตลาดหุ้นสหรัฐฯ และเพิ่มความน่าสนใจของตลาดพันธบัตร ส่งผลให้มีโอกาสเห็นเงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้นเข้าสู่ตลาดบอนด์ต่อเนื่องในช่วงต้นเดือน
SET ใกล้โซนอนุรักษ์นิยม 1,310 จุด
สำหรับตลาดหุ้นไทย ทรีนีตี้แนะนำให้นักลงทุนคงน้ำหนักการลงทุนไว้ที่ระดับเดิม เพื่อรอให้สถานการณ์โดยรวมมีเสถียรภาพมากขึ้น เนื่องจากตราบใดที่ Sentiment ตลาดยังเป็นลบ ปัจจัยด้าน Valuation อาจยังไม่ใช่ตัวชี้วัดสำคัญในการประเมิน Downside ของดัชนี
ทั้งนี้ หากประเมินดัชนี SET ด้วยวิธี PE Model โดยไม่รวมปัจจัยภายนอกอื่น ๆ พบว่าระดับดัชนีปัจจุบันเข้าใกล้กรอบกรณีอนุรักษ์นิยม (Conservative) ของทรีนีตี้ ซึ่งประเมินมูลค่ายุติธรรมไว้ที่ 1,310 จุด อิง Forward P/E ที่ 13.76 เท่า และคาดการณ์กำไรต่อหุ้น (EPS) ปี 2569 ที่ 110 บาท
ดังนั้น นักลงทุนระยะยาวที่สามารถรับความผันผวนในระยะสั้นได้ รวมถึงผู้ที่ต้องลงทุนในกองทุนหุ้นเพื่อลดหย่อนภาษีประจำปี อาจพิจารณาทยอยลงทุนบริเวณดังกล่าว ซึ่งถือเป็นระดับที่มีความปลอดภัยพอสมควรตามการประเมินของบริษัท
เปิดโผ 10 หุ้นเด่น เน้นเติบโตผสม Defensive
สำหรับกลยุทธ์ลงทุนรายหุ้น ทรีนีตี้คัดเลือกหุ้นที่คาดว่าผลประกอบการครึ่งหลังปี 2569 จะมีพัฒนาการดีขึ้นจากครึ่งปีแรก พร้อมกระจายลงทุนในหุ้น Defensive เพื่อลดความผันผวนของพอร์ต โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก และหุ้นป้องกันความเสี่ยงอีก 2 กลุ่ม ได้แก่
- กลุ่มปศุสัตว์: BTG และ TFG คาดหวังการฟื้นตัวของผลประกอบการในช่วงครึ่งหลังปี
- กลุ่มโรงแรม: AWC และ ERW รับแนวโน้มธุรกิจท่องเที่ยวและผลประกอบการที่มีพัฒนาการดีขึ้น
- กลุ่มค้าปลีกสินค้าเฉพาะตัว: CRC และ COM7 เป็นหุ้นที่ฝ่ายวิเคราะห์ให้น้ำหนักจากแนวโน้มผลประกอบการ
- กลุ่มสาธารณูปโภคและกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน: EGCO และ 3BBIF ช่วยลดความผันผวนของพอร์ต และมีโอกาสได้รับประโยชน์หาก Bond Yield ทั่วโลกปรับลดลง ซึ่งจะเพิ่มความน่าสนใจเมื่อพิจารณาผ่าน Dividend Yield Gap
- กลุ่ม Healthcare: BDMS และ BH คาดผลประกอบการไตรมาส 3 อยู่ในเกณฑ์ดี อีกทั้งอาจได้รับ Sentiment เชิงบวกจากธีมหุ้น Healthcare ทั่วโลก หากพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ตามกรณีฐานที่ประเมินไว้ จากความคาดหวังต่อการชะลอหรือผ่อนปรนการลดเงินชดเชยค่ารักษาพยาบาลภายใต้โครงการ Medicaid รวมถึงการขยายเงินอุดหนุนด้านสุขภาพ
สรุป 10 หุ้น Top Picks ประจำเดือนพฤศจิกายน 2569 ของทรีนีตี้ ได้แก่ BTG, TFG, AWC, ERW, CRC, COM7, EGCO, 3BBIF, BDMS และ BH โดยเน้นผสมผสานหุ้นที่มีแนวโน้มเติบโตของผลประกอบการกับหุ้น Defensive เพื่อรองรับความผันผวนของตลาดในช่วงที่ปัจจัยภายนอกยังมีความไม่แน่นอน