บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เดินหน้ารักษาเสถียรภาพอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทย ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังมีความผันผวน โดยยังคงเดินเครื่องการผลิตเม็ดพลาสติกโพลีเอทิลีน (Polyethylene: PE) อย่างต่อเนื่องในระดับเต็มกำลัง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าปริมาณซัพพลายในประเทศยังเพียงพอต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรม
ทั้งนี้ GC ได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ คู่ค้า ลูกค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อบริหารจัดการการส่งมอบสินค้าอย่างใกล้ชิด ทำให้สามารถรักษาความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และสนับสนุนผู้ประกอบการภายในประเทศให้ดำเนินธุรกิจได้อย่างไม่สะดุด
เม็ดพลาสติก PE ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักของ GC ครอบคลุมทั้ง HDPE, LDPE และ LLDPE ถือเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน อาทิ บรรจุภัณฑ์อาหาร ถุงพลาสติก ขวดบรรจุภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย ไปจนถึงวัสดุสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ท่อประปาและท่อร้อยสายไฟ โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการจัดสรรสินค้าเพื่อรองรับความต้องการในประเทศเป็นลำดับแรก
ปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ GC สามารถรักษาการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง มาจากโครงสร้างธุรกิจแบบบูรณาการ (Integrated Value Chain) ที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ รวมถึงการใช้วัตถุดิบภายใน (Internal Feedstock) ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดโลก และเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการการผลิตในช่วงที่ห่วงโซ่อุปทานโลกยังมีข้อจำกัด
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเม็ดพลาสติกโพลิโพรพิลีน (Polypropylene: PP) พบว่ามีความตึงตัวในบางช่วง เนื่องจากข้อจำกัดด้านการนำเข้าและแนวโน้มที่หลายประเทศให้ความสำคัญกับการรักษาซัพพลายในประเทศ ส่งผลให้วัตถุดิบประเภทดังกล่าวซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อาหารและสินค้าอุตสาหกรรม มีความผันผวนด้านอุปทาน
เพื่อบรรเทาสถานการณ์ดังกล่าว GC เตรียมเดินเครื่องโรงงานโอเลฟินส์เพิ่มเติมอีก 1 หน่วยในเดือนเมษายนนี้ ภายหลังจากการปิดซ่อมบำรุงตามแผนแล้วเสร็จ ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตโพรพิลีน (Propylene) วัตถุดิบตั้งต้นสำคัญของเม็ดพลาสติก PP และสนับสนุนความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุตสาหกรรมในประเทศ
GC ระบุว่า บริษัทจะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมปรับแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อรักษาเสถียรภาพของซัพพลายเชน และสร้างความมั่นใจให้กับภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว