ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตรียมยกเลิกมาตรการ “ตักเตือนก่อนปรับ” และเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเข้มงวดทั่วประเทศ โดยจะมีการจับกุมและออกใบสั่งผู้กระทำผิดทันที เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน
มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายภาครัฐที่ให้ความสำคัญกับการลดอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะในช่วงที่มีการเดินทางจำนวนมาก พร้อมตั้งเป้าลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุให้เหลือ 12 คนต่อแสนประชากรภายในปี 2570 ผ่านการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ควบคู่กับการรณรงค์สร้างวินัยจราจร
ก่อนหน้านี้ ได้มีการดำเนินมาตรการ “ตักเตือนก่อนปรับ” ในช่วงวันที่ 27 มกราคม – 31 มีนาคม 2569 เพื่อสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน โดยมีการตักเตือนผ่านระบบรวมกว่า 190,000 ครั้ง ซึ่งความผิดส่วนใหญ่ ได้แก่ ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย และขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด
สำหรับการบังคับใช้กฎหมายในระยะต่อไป จะมุ่งเน้น 10 ข้อหาหลัก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ได้แก่
1.ขับรถเร็วเกินกำหนด ปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท
2.ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร ปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท
3.ไม่หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย ปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท
4.ใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่ ปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท
5.ขับรถย้อนศร ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท
6.ไม่สวมหมวกนิรภัย ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท
7.ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท
8.ไม่พกใบอนุญาตขับขี่ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท และอาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน
9.ขับขี่ขณะเมาสุรา ปรับ 5,000–20,000 บาท และจำคุกไม่เกิน 1 ปี
10.ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย ปรับ 5,000–20,000 บาท และจำคุกไม่เกิน 1 ปี
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่าการดำเนินมาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างวินัยจราจร และลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุ ไม่ได้มุ่งเน้นการลงโทษเพียงอย่างเดียว พร้อมขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด