ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เปิดเผยบทวิเคราะห์ SET Note ฉบับที่ 7/2569 ชี้ให้เห็นภาพชัดขึ้นของ “ความเสี่ยงด้านพลังงาน” ในบริษัทจดทะเบียนไทย ผ่านฐานข้อมูล ESG Data Platform ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ข้อมูลการใช้พลังงานของภาคธุรกิจถูกนำมาวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ ทั้งในระดับภาพรวม รายอุตสาหกรรม และรายบริษัท
รายงานระบุว่า ณ สิ้นเดือนเมษายน 2569 มีบริษัทจดทะเบียน 776 บริษัท เปิดเผยข้อมูลการใช้พลังงานผ่านระบบดังกล่าว ครอบคลุมทั้งไฟฟ้า น้ำมันดีเซล ก๊าซธรรมชาติ และพลังงานทดแทน ทำให้ตลาดสามารถประเมินความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงานได้แม่นยำมากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่ราคาพลังงานโลกผันผวนอย่างรุนแรง
ในปี 2568 บริษัทจดทะเบียนไทยใช้ไฟฟ้ารวม 48,435 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง โดยในจำนวนนี้มาจากพลังงานทดแทน 6,066 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง หรือคิดเป็น 13% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด สะท้อนว่าภาคธุรกิจไทยยังพึ่งพาพลังงานฟอสซิลเป็นหลัก แต่ก็เริ่มเห็นการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดชัดขึ้น เพราะเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า การใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นถึง 42.7%
อีกประเด็นสำคัญคือ การเปิดเผยข้อมูลพลังงานของบริษัทจดทะเบียนมีความชัดเจนขึ้นมาก โดยพบว่า 96% ของบริษัทที่รายงานข้อมูล เปิดเผยการใช้ไฟฟ้าแล้ว ขณะที่ข้อมูลน้ำมันดีเซลและเบนซินมีอัตราการรายงาน 75% และ 68% ตามลำดับ ส่วนเชื้อเพลิงเฉพาะทางอย่างก๊าซธรรมชาติ น้ำมันเตา และถ่านหิน ยังมีการเปิดเผยในระดับราว 30-35% เท่านั้น
SET ยังนำข้อมูลชุดนี้ไปวิเคราะห์ตัวชี้วัดใหม่ 2 ด้าน ได้แก่ Energy Intensity หรือความเข้มข้นในการพึ่งพาพลังงานเทียบกับรายได้ และ Margin Sensitivity หรือความอ่อนไหวของกำไรต่อการเพิ่มขึ้นของต้นทุนพลังงาน ซึ่งพบว่า กลุ่มปิโตรเคมี กลุ่มขนส่ง และกลุ่มพลังงาน เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงด้านพลังงานสูงที่สุด ขณะที่กลุ่มธนาคาร ประกันภัย และ ICT มีความเสี่ยงต่ำกว่า
รายงานยังยกตัวอย่างผลกระทบจากวิกฤตราคาพลังงานโลกช่วงต้นปี 2569 ที่เชื่อมโยงกับสถานการณ์ตะวันออกกลางและช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งทำให้ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงกดดัน โดย SET มองว่าข้อมูลจาก ESG Data Platform จะช่วยให้นักลงทุนมองเห็น “ความเสี่ยงพลังงาน” ได้ก่อน และอาจช่วยลดโอกาสเกิดการประเมินมูลค่าหุ้นผิดพลาดในช่วงวิกฤตได้
นอกจากนี้ SET ยังพบว่าในหลายกลุ่มธุรกิจ บริษัทที่เปิดเผยข้อมูลค่าใช้จ่ายด้านพลังงานผ่าน ESG Data Platform มีแนวโน้มให้ผลตอบแทนเฉลี่ยดีกว่าบริษัทที่ไม่เปิดเผยข้อมูล สะท้อนว่า “ความโปร่งใส” อาจกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ตลาดให้มูลค่าเพิ่มในยุคที่ความเสี่ยงพลังงานกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก