ถอดรหัส “MOTHER” ค้าปลีกภูธรสู่มหาชนมืออาชีพ กลยุทธ์ “เล็กแต่พลิ้ว” กางโรดแมป 3 ปี เป้ารายได้แตะ 2 พันล้าน ลุยสปีดผุด 3-5 สาขาในปี’69 เล็งดึงพันธมิตรโลจิสติกส์-คลังสินค้าเสริมแกร่ง-รุกอีคอมเมิร์ซ Q4 “ย้ำหุ้นจิ๋วแต่แจ๋วบริหารโปร่งใส”
หุ้น

ถอดรหัส “MOTHER” ค้าปลีกภูธรสู่มหาชนมืออาชีพ กลยุทธ์ “เล็กแต่พลิ้ว” กางโรดแมป 3 ปี เป้ารายได้แตะ 2 พันล้าน ลุยสปีดผุด 3-5 สาขาในปี’69 เล็งดึงพันธมิตรโลจิสติกส์-คลังสินค้าเสริมแกร่ง-รุกอีคอมเมิร์ซ Q4 “ย้ำหุ้นจิ๋วแต่แจ๋วบริหารโปร่งใส”

ซีอีโอ MOTHER มั่นใจภาพรวมค้าปลีกครึ่งปีหลัง 2569 สดใส รับอานิสงส์ภาคท่องเที่ยวฟื้นตัวและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐ หนุนยอดขายโตกว่า 10% พร้อมเดินหน้าขยายสาขาในกระบี่เพิ่มตามเป้า เตรียมส่งทีมรุกตลาดอีคอมเมิร์ซเต็มสูบไตรมาส 4 นี้ เผยวิสัยทัศน์ยกระดับจาก "โลคัลแบรนด์" สู่บริษัทมหาชนบริหารงานมืออาชีพ เปิดกว้างรับพันธมิตรเสริมแกร่งโลจิสติกส์-คลังสินค้า ตั้งเป้าปั้นรายได้แตะ 2,000 ล้านบาท ภายในปี 2571 ชูจุดเด่นบริหารต้นทุนต่ำ-ปรับตัวไว-ธรรมาภิบาลสูง วอนนักลงทุน “เอ็นดูหุ้นพื้นฐานดี”

เจาะลึกกลยุทธ์ "MOTHER" กับภารกิจปั้นอาณาจักรค้าปลีกภูธรสู่ระดับพันล้าน

นายเอกพงศ์ โชคชัยวิทัศน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาเธอร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ MOTHER ได้ฉายภาพรวมของธุรกิจค้าปลีกและทิศทางของบริษัทในช่วงครึ่งปีหลังไว้อย่างละเอียด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและผู้บริโภค ว่า  ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 มีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยมีปัจจัยบวกหลักมาจาก "การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว" โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยวหลักอย่างกระบี่ ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ เช่น โครงการไทยช่วยไทย และการเพิ่มเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งช่วยอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่เศรษฐกิจฐานรากโดยตรง

“เรายังมองเห็นทิศทางบวกจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวในจังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก โดยคาดว่าเมื่อสถานการณ์ความไม่แน่นอนในต่างประเทศคลี่คลาย นักท่องเที่ยวจะกลับมามีนัยสำคัญ นอกจากนี้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ เช่น โครงการ ‘ไทยช่วยไทย’ และ ‘การเพิ่มวงเงินในบัตรประชารัฐ’ ยังเป็นกลไกหลักที่ช่วยอัดฉีดเม็ดเงินสู่เศรษฐกิจฐานราก ส่งผลให้บริษัทมียอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 10% ซึ่งหากไม่มีมาตรการเหล่านี้ ยอดขายอาจติดลบได้ การที่รัฐบาลมองออกว่าควรจะกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างไร ถือเป็นการส่งเสริมธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคโดยตรง” นายเอกพงศ์ กล่าว

สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาคือ "ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ต่างประเทศและสงคราม" ซึ่งอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อจำนวนนักท่องเที่ยว แต่สำหรับจังหวัดกระบี่ที่เป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก (World Destination) ยังคงเห็นแนวโน้มตัวเลขนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทุกปี


ยุทธศาสตร์การขยายสาขา: ปักธงในถิ่น แข็งแกร่งในพื้นที่

ในส่วนของแผนการขยายธุรกิจ MOTHER ยังคงยึดพื้นที่จังหวัดกระบี่เป็นฐานที่มั่นสำคัญ โดยตั้งเป้าเปิดสาขาเพิ่มให้ได้ 3-5 สาขาในปีนี้ แม้ในช่วงไตรมาส 3 จะมีการชะลอตัวลงเล็กน้อย แต่จะกลับมารุกหนักในไตรมาส 4 ปัจจุบันบริษัทเน้นกลุ่มเป้าหมาย 2 ส่วนหลักคือ

1.มาเธอร์ มาร์ท (Mother Mart): เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

2.มาเธอร์ ซูเปอร์มาร์เก็ต: เน้นคนในท้องถิ่นและพื้นที่เกษตรกรรม

"สาขาที่เราเปิดใหม่ไปในช่วงครึ่งปีแรก คือ Marche’ สาขาอ่าวนาง ซอย 1 เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา  และ Supermarket สาขาปลายพระยา เปิดตัวเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี แม้ว่าอ่าวนางจะอยู่ในช่วง Low Season แต่เราก็เตรียมความพร้อมเพื่อรับนักท่องเที่ยวในช่วง High Season ที่จะถึงนี้ ซึ่งมีแนวโน้มสดใสจากการเพิ่มเที่ยวบินจากต่างประเทศ เช่น สแกนดิเนเวีย จีน และดูไบ บินตรงสู่จังหวัดกระบี่ในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพและยอดขายให้กับมาเธอร์ มาร์ท ได้อย่างมีนัยสำคัญ ส่วนในครึ่งปีหลังบริษัทฯมั่นใจว่าจะสามารถเปิดได้ตามเป้า 3-5 สาขาในปีนี้ ซึ่งเป็นสาขาในจังหวัดกระบี่ ทั้งหมด โดยบริษัทฯยังใช้กลยุทธ์การ ‘เช่าที่ดินระยะยาว 15 ปี’ เป็นหลักถึง 90% เพื่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการ และไม่ต้องใช้เงินลงทุนในการซื้อที่ดินสูงเกินไปทำให้บริษัทมีความคล่องตัวในการขยายสาขาและบริหารจัดการเงินทุนได้ดีกว่าการไล่ซื้อที่ดินเองทั้งหมด ซึ่งช่วยให้บริษัทสามารถเลือกทำเลที่ตั้งที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายในแหล่งท่องเที่ยวและชุมชนเกษตรกรรมได้อย่างแม่นยำ” นายเอกพงศ์ กล่าว

นายเอกพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทฯมีความมั่นใจอย่างมากในเรื่องการเช่าที่ดินระยะยาวจากแลนด์ลอร์ดว่า จะไม่มีปัญหาในอนาคต และสามารถเช่าระยะยาวได้อย่างต่อเนื่อง เพราะพื้นฐานของบริษัทที่เป็น "หุ้นท้องถิ่น" (Local Stock) ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับเจ้าของพื้นที่ในจังหวัดกระบี่มาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี ปัจจัยด้านเครือข่ายความสัมพันธ์ในพื้นที่จึงเป็นเกราะป้องกันความเสี่ยง (Buffer) ที่สำคัญในการรักษาฐานที่ตั้งสาขา

 

มั่นใจความแข็งแกร่งในการแข่งขัน "เล็กแต่พริ้ว" รับมือยักษ์ใหญ่

นายเอกพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่าแม้ปัจจุบันธุรกิจค้าปลีกจะมีการแข่งขันที่สูง แต่ MOTHER ก็มีความมั่นใจในจุดแข็งที่ยืนหยัดมานานกว่า 30 ปี ทำให้แบรนด์มีความมั่นคงและได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้าในพื้นที่สูงมาก จาก 3 ปัจจัยหลัก

1.ความคล่องตัว: ด้วยขนาดองค์กรที่ไม่ใหญ่เกินไป ทำให้ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้รวดเร็ว (Speed to Market)

2.การบริหารต้นทุน: บริษัทมีค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรและต้นทุนการบริหารจัดการต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอุตสาหกรรมเดียวกัน

3.ศักยภาพของสาขา: แต่ละสาขามียอดใบเสร็จเฉลี่ย 300-500 บิลต่อวัน ซึ่งถือว่าใกล้เคียงและสูสีกับค้าปลีกรายใหญ่

“จุดแข็งสำคัญของ MOTHER คือ "ความเล็กแต่คล่องตัว" (Agility) ทำให้สามารถปรับตัวตามสถานการณ์โลกและความผันผวนของราคาน้ำมันได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมีต้นทุนการบริหารจัดการและค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรในต่างจังหวัดที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม ทำให้สามารถรักษาระดับการทำกำไรและยืนหยัดสู้กับค้าปลีกรายใหญ่ได้”นายเอกพงศ์ กล่าว

 

เขี้ยวเล็บใหม่ รุกตลาดออนไลน์ (E-Commerce) และ AI

เพื่อไม่ให้ตกเทรนด์ดิจิทัล MOTHER มีแผนที่จะเตรียมจัดตั้งแผนกใหม่เพื่อรุกตลาดเพื่อรุกตลาด E-Commerce อย่างเป็นทางการในไตรมาส 4/2569  นี้ โดยจะนำสินค้าไปจำหน่ายบนแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Shopee, TikTok และกำลังศึกษาการนำ Data มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการขาย แม้ในช่วงแรกจะยังไม่ได้คาดหวังตัวเลขยอดขายที่สูงมาก แต่จะเน้นการวางรากฐานระบบและโครงสร้างแผนกให้มีความชัดเจนก่อนถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายช่องทางใหม่ในการเข้าถึงผู้บริโภคที่มีพฤติกรรมเปลี่ยนไป

วิสัยทัศน์พันธมิตรและเป้าหมาย 2,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี

ในด้านการเติบโตระดับมหภาค นายเอกพงศ์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างการเจรจากับพันธมิตรหลายรายเพื่อเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่น โลจิสติกส์ และคลังสินค้า เพื่อเพิ่มศักยภาพในการขยายตัว พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงระบบการบริหารจัดการจากรูปแบบครอบครัวไปสู่ "มืออาชีพ" เต็มรูปแบบ ภายใต้การควบคุมและธรรมาภิบาลของตลาดหลักทรัพย์ mai

“แม้จะมีผู้ประกอบการในหลายธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องสนใจร่วมเป็นพันธมิตรกับเราจำนวนมาก แต่บริษัทยังไม่รีบร้อนตัดสินใจ เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้พันธมิตรที่ลงตัวและส่งเสริมกันได้จริง ซึ่งการเปิดรับพันธมิตรสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงจากธุรกิจครอบครัวไปสู่การบริหารแบบมืออาชีพที่ไม่ปิดกั้นโอกาสใหม่ๆ หากกระบวนการเจรจาลงตัวและมีความชัดเจนมากขึ้น ก็พร้อมที่จะประกาศให้รับทราบต่อไปในอนาคต”นายเอกพงศ์ กล่าว

สำหรับเป้าหมายทางการเงิน บริษัทตั้งเป้าการเติบโตในปี 2569 แบบก้าวกระโดดที่ 1,600 ล้านบาท (จากปี 2568 ที่ 1,400 ล้านบาท) ขณะนี้เป้าหมาย 3 ปี (2569-2571 รายได้รวมจะพุ่งไปแตะที่ระดับ 2,000 ล้านบาท หรือเติบโตปีละประมาณ 200 ล้านบาท

สารถึงนักลงทุน "หุ้นดี ธรรมาภิบาลเด่น"

“แม้ MOTHER จะเป็นหุ้นตัวเล็ก แต่มั่นใจว่ามีการบริหารงานด้วยความ ‘โปร่งใส’ และมี ‘ธรรมาภิบาล’ สูง และความยั่งยืนหลังจากเข้าสู่ตลาดทุน พร้อมเปลี่ยนผ่านจากการบริหารแบบครอบครัวสู่ระบบมืออาชีพอย่างเต็มรูปแบบ โดยผมอยากให้นักลงทุนกลับมามองหุ้น MOTHER ซึ่งเป็นหุ้นท้องถิ่น (Local Stock) ที่พยายามถีบตัวขึ้นมาสู้กับรายใหญ่ เราเข้าตลาดเพื่อต้องการความยั่งยืน และระบบของตลาดหลักทรัพย์ฯ ช่วยให้เราแข็งแกร่งขึ้นมากในการบริหารจัดการ เราเปิดรับพันธมิตรและพร้อมจะเดินหน้าเติบโตอย่างมั่นคง ฝากนักลงทุนช่วยพิจารณาและเอ็นดูเราด้วยครับ" นายเอกพงศ์ กล่าวในที่สุด

 

 

 

You can share this post!