“ปวีณา จริยฐิติพงศ์” CEO AOT กับภารกิจรีเซ็ต “สนามบินไทย” ในวันที่เกมการบินเปลี่ยนเร็ว
สัมภาษณ์พิเศษ

“ปวีณา จริยฐิติพงศ์” CEO AOT กับภารกิจรีเซ็ต “สนามบินไทย” ในวันที่เกมการบินเปลี่ยนเร็ว

ในวันที่สนามบินทั่วโลกไม่ได้แข่งกันแค่ “จำนวนผู้โดยสาร” แต่กำลังวัดกันที่ “ประสบการณ์” และ “เทคโนโลยี”

Fullmaxnews ชวนคุยแบบเจาะลึกกับ “นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ถึงการปรับแผนครั้งใหญ่ของ ท่าอากาศยานดอนเมือง เฟส 3 ที่ไม่ได้เป็นแค่ “โปรเจกต์ก่อสร้าง” แต่คือ “การยกระดับทั้งระบบ”

ทำไมต้องรื้อแผนใหม่ ทั้งที่เคยอนุมัติไปแล้ว?

ปวีณา: “ต้องยอมรับว่าแผนเดิมที่ศึกษาไว้ตั้งแต่ปี 2561 วันนี้มันไม่ตอบโจทย์แล้วค่ะ ตอนนั้นยังไม่มีเทคโนโลยีอย่าง Biometric, Self Check-in หรือ CT Scan ซึ่งตอนนี้กลายเป็นมาตรฐานไปแล้ว”

“ถ้าเรายังใช้แบบเดิม สนามบินเราจะล้าหลังทันที”

แผนใหม่ต่างจากเดิมแค่ไหน?

ปวีณา: “ไม่ใช่แค่ขยายพื้นที่นะคะ เราปรับทั้งแนวคิด จากเดิมเน้นเพิ่มความจุ มาเป็นเพิ่ม ‘คุณภาพการให้บริการ’ และ ‘ประสบการณ์ผู้โดยสาร’”

“อาคารจะใหญ่ขึ้นประมาณ 25% เพื่อรองรับรูปแบบการเดินทางยุคใหม่”

งบลงทุนเพิ่มขึ้น จะกระทบความคุ้มค่าไหม?

ปวีณา: “งบเพิ่มขึ้นแน่นอนค่ะ เพราะทั้งเนื้องานและค่าก่อสร้างสูงขึ้น แต่ความคุ้มค่าก็เพิ่มขึ้นด้วย”

“เราไม่ได้คิดรายได้เฉพาะส่วนที่เพิ่ม แต่คิดทั้งระบบสนามบิน รวมถึงการปรับค่าธรรมเนียม (PSC) ให้สะท้อนความเป็นจริง”

จุดเด่นที่คนจะ ‘รู้สึกได้’ มากที่สุดคืออะไร?

ปวีณา: “เรื่องจราจรค่ะ ดอนเมืองเป็นจุดที่คนบ่นเยอะ เราแก้ด้วยทางยกระดับ 6 เลน แยกผู้โดยสาร Terminal 3 ออกจาก Terminal 1 และ 2”

“รวมถึงเชื่อมต่อกับโทลล์เวย์โดยตรง จะช่วยลดความแออัดได้ชัดเจน”

แล้วเรื่องน้ำท่วมที่เป็นจุดอ่อนของดอนเมืองล่ะ?

ปวีณา: “เราเพิ่มการลงทุนในระบบระบายน้ำใหม่ทั้งหมด เพื่อจัดการความเสี่ยงตรงนี้โดยเฉพาะ”

ไทม์ไลน์โครงการตอนนี้เป็นอย่างไร?

ปวีณา: “เราคาดว่าจะเสนอ ครม. ได้ช่วง มิ.ย. - ก.ค. 2569 จากนั้นสามารถเปิดประมูลได้ทันที เพราะ TOR เตรียมไว้แล้ว”

“เริ่มก่อสร้างปลายปีนี้ และคาดว่า Terminal 3 จะเปิดใช้ได้ในปี 2574”

ทำไมยังคงเป้าผู้โดยสารไว้ที่ 40 ล้านคน?

ปวีณา: “เป็นเรื่องของ EIA และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องค่ะ เราไม่ได้เพิ่มจำนวน แต่เพิ่มคุณภาพแทน”

แล้วฝั่งสุวรรณภูมิ มีอะไรขยับบ้าง?

ปวีณา: “โครงการ East Expansion เราขยายพื้นที่จาก 60,000 เป็น 88,000 ตารางเมตร เพิ่มขึ้น 34%”

“ใช้งบประมาณประมาณ 12,000 ล้านบาท และใช้เงินสดของบริษัททั้งหมด คาดว่าจะเปิดใช้ปี 2573”

ปีนี้ AOT ต้องปรับเป้าผู้โดยสารจริงหรือ?

ปวีณา: “ใช่ค่ะ ช่วง 7 เดือนแรกยังโต 2% แต่ตั้งแต่พฤษภาคมเริ่มเห็นสัญญาณลดลง”

“หลัก ๆ มาจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ทำให้ราคาน้ำมันสูง สายการบินได้รับผลกระทบ”

“เราจึงปรับเป้าทั้งปีจาก 135 ล้านคน เหลือใกล้เคียง 125.99 ล้านคน”

มีมาตรการช่วยสายการบินอย่างไร?

ปวีณา: “เรากำลังพิจารณาให้เลื่อนชำระค่าบริการ Landing และ Parking ออกไป 2 เดือน เพื่อช่วยลดภาระ”

มองภาพใหญ่ AOT กำลังเดินไปทางไหน?

ปวีณา: “เราต้องทำให้สนามบินไทยแข่งขันได้ในระดับโลกค่ะ ไม่ใช่แค่รองรับผู้โดยสาร แต่ต้องสร้างประสบการณ์ที่ดี”

“และในระยะยาว เรากำลังวางโครงสร้างเพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Aviation Hub ของภูมิภาค”

ทิ้งท้ายจาก Fullmaxnews

บทสัมภาษณ์นี้สะท้อนชัดว่า

“ดอนเมืองเฟส 3” ไม่ใช่แค่โครงการก่อสร้าง แต่คือ “การเปลี่ยนวิธีคิด”

จากสนามบินที่เคยเน้น “รองรับให้พอ” กำลังเปลี่ยนเป็น “ให้ดีพอจะสู้โลก”

และในวันที่ปัจจัยภายนอกอย่างสงครามและราคาน้ำมันยังผันผวน เกมนี้อาจไม่ได้วัดกันที่ “ใครใหญ่กว่า”

แต่เป็น “ใครปรับตัวได้เร็วกว่า”

AOT ไม่ได้แค่สร้างสนามบินใหม่…แต่กำลัง “อัปเกรดอนาคตการบินของไทย”

You can share this post!