ถอดมุมคิดชีวิต–ธุรกิจ จากตัวตนสู่เส้นทางความสำเร็จของ “คุณคชภพ สงวนวงศ์”
สัมภาษณ์พิเศษ

ถอดมุมคิดชีวิต–ธุรกิจ จากตัวตนสู่เส้นทางความสำเร็จของ “คุณคชภพ สงวนวงศ์”

จากเด็กที่ช่วยร้านอาหารครอบครัว สู่ CEO แห่ง Worklink Da Agency ผู้เชื่อว่า “ความสำเร็จ คือการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในแบบที่เราเข้าใจ”

ในยุคที่ธุรกิจเอเจนซี่แข่งขันกันดุเดือด ทั้งเรื่องราคา คุณภาพ และความเร็วในการทำงาน หนึ่งในชื่อที่กำลังถูกพูดถึงมากขึ้นในวงการสื่อสารองค์กรและการตลาด คือ “Worklink Da Agency” เอเจนซี่ที่เติบโตจากประสบการณ์ตรงของคนทำงานสายประชาสัมพันธ์กว่า 10 ปี ก่อนพัฒนาเป็น One Stop Service ที่ดูแลงานสื่อสารครบวงจรทั้ง PR, Online Communication, Production และ Event

Fullmax News มีโอกาสพูดคุยกับ “คุณบอย” หรือ คุณคชภพ สงวนวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวิร์คลิ้งค์ ดาเอเจนซี่ จำกัด ถึงเส้นทางชีวิต วิธีคิดในการทำธุรกิจ รวมถึงบทเรียนที่แลกมาด้วยวิกฤตและประสบการณ์จริง

แม้วันนี้จะอยู่ในบทบาทผู้บริหาร แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ เขายังคงนิยามตัวเองว่าเป็น “คนธรรมดา” ที่มีความสุขกับเรื่องเล็ก ๆ และ “ช่างแม่งเก่ง”

ไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ” บทเรียนจากครอบครัว ที่กลายเป็นรากฐานชีวิต

คุณบอยเล่าย้อนถึงวัยเด็กว่า เติบโตมาในครอบครัวที่ทำธุรกิจร้านอาหาร และต้องช่วยงานที่บ้านมาตั้งแต่ช่วงมัธยมจนถึงมหาวิทยาลัย สิ่งเหล่านี้ค่อย ๆ หล่อหลอมให้เกิดวินัย ความรับผิดชอบ และความเข้าใจเรื่อง “คุณค่าของเงิน”

“ครอบครัวไม่เคยตามใจด้วยสิ่งของหรือรางวัล อะไรที่อยากได้ต้องมีเหตุผลที่ดีพอ และต้องหาเงินมาจ่ายเองครึ่งหนึ่ง”

ประโยคธรรมดา ๆ แต่กลับกลายเป็นแนวคิดสำคัญที่ติดตัวเขามาตลอดชีวิต

“มันทำให้เรารู้ว่า ไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ ถ้าอยากให้ชีวิตเป็นแบบไหน เราต้องเดินไปหาเองและลงมือทำ”

จุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจ จึงไม่ได้เกิดจากความฝันอยากเป็นเจ้าของกิจการเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความตั้งใจเรียบง่าย คือ “อยากดูแลครอบครัวให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

เพราะในอดีต ครอบครัวเคยมีภาระหนี้สิน ต้องดิ้นรนและพยายามมองหาโอกาสใหม่ ๆ อยู่เสมอ เขาจึงเลือกทำงานหลากหลาย ก่อนจะตัดสินใจเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองในที่สุด

แต่เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น เป้าหมายของเขาก็เปลี่ยนไปเช่นกัน

“วันนี้ไม่ได้อยากดูแลแค่ครอบครัวตัวเอง แต่รวมถึงครอบครัวของพนักงานทุกคนในบริษัทด้วย”

จากช่องว่างในตลาด สู่การสร้าง Worklink Da Agency

ด้วยประสบการณ์ทำงานด้านสื่อสารมวลชนและประชาสัมพันธ์มากกว่า 10 ปี คุณบอยมองเห็น “ช่องว่าง” ของตลาดเอเจนซี่อย่างชัดเจน

เขามองว่า ตลาดแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง คือ เอเจนซี่ขนาดใหญ่ที่มีค่าบริการสูง และเอเจนซี่ขนาดเล็กที่ราคาจับต้องได้ แต่คุณภาพหรือบริการอาจยังไม่ตอบโจทย์ลูกค้าเต็มที่

นั่นจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเอเจนซี่ที่ให้ “งานคุณภาพในราคาที่เหมาะสม”

จากวันแรกที่เริ่มต้นด้วยทีมเล็ก ๆ วันนี้ Worklink Da Agency เติบโตสู่การเป็นเอเจนซี่ด้านการสื่อสารองค์กรและกิจกรรมการตลาดครบวงจร ที่สามารถรองรับทั้งลูกค้าภาคเอกชนและภาครัฐ

วิกฤตปีที่ 2 บทเรียนราคาแพงของคำว่า “ไว้ใจ”

แม้วันนี้ธุรกิจจะเดินหน้าได้อย่างมั่นคง แต่เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

คุณบอยยอมรับว่า หนึ่งในช่วงเวลาที่ยากที่สุด คือช่วงปีที่ 2 ของการทำธุรกิจ เมื่อบริษัทประสบปัญหาขาดสภาพคล่องอย่างหนัก จากการบริหารบัญชีที่ขาดความโปร่งใสของหุ้นส่วนในเวลานั้น

“บริษัทเกือบไปต่อไม่ได้”

สุดท้ายเขาตัดสินใจลงมาดูแลระบบบัญชีและการเงินด้วยตัวเองอย่างใกล้ชิด พร้อมใช้สินเชื่อธนาคารเข้ามาช่วยเสริมสภาพคล่อง และพยายามขยายโอกาสทางธุรกิจให้มากขึ้น

แม้จะเป็นวิกฤตครั้งใหญ่ แต่กลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้บริษัทเติบโตแข็งแรงกว่าเดิม

และยังทิ้งบทเรียนสำคัญที่สุดในชีวิตธุรกิจไว้ว่า

“ความไว้ใจ จะกลายเป็นอาวุธร้ายแรงที่ย้อนกลับมาทำร้ายเราเอง ถ้าเราให้ผิดคน”

ผู้นำที่ไม่อยากเป็น “เจ้านาย” อีกหนึ่งมุมที่น่าสนใจของคุณบอย คือสไตล์การบริหารทีม

เขาบอกตรง ๆ ว่า ไม่เคยมองตัวเองเป็น “เจ้านาย” แต่เป็นหนึ่งในองค์ประกอบของทีม

“เราไม่ได้เอาแต่สั่งงาน แต่ช่วยคิด ช่วยทำ และบางครั้งก็ทำให้ดู”

ในทุกโปรเจกต์ เขาให้ความสำคัญกับการประชุมร่วมกัน เปิดโอกาสให้ทุกทีมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และร่วมกันมองทั้งปัจจัยบวก–ลบของงาน

ขณะเดียวกัน หากทีมติดปัญหา เขาก็พร้อมเป็น “ด่านสุดท้าย” ในการตรวจสอบและแก้ไขงาน เพื่อให้งานออกมามีคุณภาพที่สุด

แนวคิดนี้ยังถูกส่งต่อมายังวัฒนธรรมองค์กรของ Worklink

“เวิร์คลิ้งค์คือชาวแก๊งค์ที่ต้องโตไปด้วยกัน แข็งแรงขึ้น เก่งขึ้น และเฟี้ยวขึ้นทุกปี”

Work-Life Balance ในแบบของคนทำธุรกิจ

แม้จะทำงานหนัก แต่คุณบอยเชื่อว่า “งาน” และ “ชีวิต” ไม่สามารถแยกออกจากกันได้

เพราะการใช้ชีวิตต้องอาศัยการทำงาน ขณะเดียวกัน การทำงานก็ต้องอาศัยพลังจากการใช้ชีวิตเช่นกัน

ในวันที่ไม่ทำงาน เขาเลือกใช้เวลากับการดูแลสุขภาพ ทั้งปั่นจักรยาน บอดี้เวท โยคะ รวมถึงท่องเที่ยวธรรมชาติ ขี่มอเตอร์ไซค์ และปลูกต้นไม้เพื่อรีชาร์จตัวเอง

แต่ขณะเดียวกันก็ยอมรับแบบติดตลกว่า

“บางวันก็พร้อมปาร์ตี้แบบหัวราน้ำ”

สิ่งสำคัญที่สุดในการรับมือกับชีวิตที่เต็มไปด้วยความกดดัน คือ “สติ”

“ถ้ามีเสมอไม่ได้ ก็ขอให้มีให้มากที่สุด เพราะสุดท้ายทุกปัญหามันจะผ่านไป”

AI และ Data คืออาวุธใหม่ของธุรกิจสื่อสาร

ในมุมมองของคุณบอย แม้เศรษฐกิจจะผันผวน แต่ธุรกิจยังมีโอกาสเติบโต โดยเฉพาะงานภาครัฐที่กำลังขยายตัวมากขึ้น

ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีและ AI กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ตั้งแต่การติดตามงาน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก ไปจนถึงการพัฒนาคุณภาพของงานให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้แม่นยำขึ้น

ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า Worklink ตั้งเป้าเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% ต่อปี พร้อมเดินหน้าขยายฐานลูกค้าภาครัฐ และพัฒนาการทำงานที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลมากขึ้น

“วันนี้การสื่อสารอย่างเดียวไม่พอ ต้องเข้าใจตัวเลข เข้าใจข้อมูล และมองหา Insight ใหม่ ๆ ให้ลูกค้าได้จริง”

ความสำเร็จ” ไม่จำเป็นต้องหรูหรา

เมื่อถูกถามถึงนิยามของคำว่า “ความสำเร็จ” คุณบอยตอบกลับมาสั้น ๆ แต่ชัดเจน

“ความสำเร็จไม่ใช่เงินทองหรือการมีกิจการใหญ่โต แต่คือการใช้ชีวิตให้มีความสุขในแบบที่เราเข้าใจ”

เขาเชื่อว่า ชีวิตไม่จำเป็นต้องหรูหราเสมอไป แต่อยู่ที่ว่าเราเข้าใจตัวเอง และใช้ชีวิตในแบบที่เหมาะกับตัวเองได้หรือไม่

ฝากถึงคนรุ่นใหม่ที่อยากเริ่มธุรกิจ

สำหรับคนรุ่นใหม่ที่อยากเริ่มต้นทำธุรกิจ คุณบอยฝากข้อคิดไว้ว่า อย่ามองแต่ภาพความสำเร็จหรือความสวยงามของการเป็นเจ้าของกิจการ

“ธุรกิจต้องลงมือทำจริง ใส่ใจจริง และต้องพร้อมสู้กับปัญหา”

เขาแนะนำว่า ก่อนเริ่มธุรกิจ ควรลองเป็นลูกจ้างก่อน เพื่อเรียนรู้ระบบการทำงาน เข้าใจปัญหา และนำประสบการณ์มาปรับใช้

รวมถึงไม่ควรทำอะไรเกินตัว ต้องคิดให้รอบด้าน เพราะทุกอย่างอาจไม่ได้เป็นไปตามที่วางแผนเสมอ

ธุรกิจที่ดี ต้องดูแลผู้คนรอบตัวให้ได้

ในมุมมองต่อสังคม คุณบอยเชื่อว่า ธุรกิจไม่ได้มีหน้าที่แค่สร้างรายได้ แต่ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญในการดูแลผู้คนจำนวนมาก ทั้งพนักงาน ลูกค้า ซัพพลายเออร์ และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

เขามองว่า การดูแลพนักงานให้มั่นคง สามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้ คือการคืนกลับสู่สังคมที่ชัดเจนที่สุด

พร้อมกันนั้น เขายังอยากเห็นประเทศไทยเปิดโอกาสให้ SME เข้าถึงแหล่งทุนและโอกาสทางธุรกิจได้มากขึ้น เพราะเชื่อว่ายังมีผู้ประกอบการอีกจำนวนมากที่มีศักยภาพ แต่ขาดโอกาสในการเติบโต

ฝากถึงผู้อ่าน Fullmax News

“ปีนี้น่าจะเป็นปีที่ยากสำหรับทุกธุรกิจ ขอให้ทุกคนระมัดระวังในการดำเนินงาน และอยู่รอดปลอดภัยกันทุกคน”

และเมื่อถามว่า หากต้องนิยามตัวเองด้วย 3 คำ จะเป็นคำว่าอะไร

คุณคชภพ สงวนวงศ์ ตอบทันทีว่า

“ไป กัน ต่อ”

เพราะสำหรับเขา ไม่ว่าจะเจอวิกฤตอีกกี่รอบ ชีวิตและธุรกิจก็ยังต้องเดินหน้าเสมอ

You can share this post!