“วิลาวัลย์ วิศปาแพ้ว” ผู้นำทีม UD TRUCKS โตสวนตลาดรถบรรทุก ชู Quester MY2026 ฝ่าวิกฤตน้ำมันแพง ขยาย 26 ศูนย์บริการทั่วประเทศ
สัมภาษณ์พิเศษ

“วิลาวัลย์ วิศปาแพ้ว” ผู้นำทีม UD TRUCKS โตสวนตลาดรถบรรทุก ชู Quester MY2026 ฝ่าวิกฤตน้ำมันแพง ขยาย 26 ศูนย์บริการทั่วประเทศ

ในช่วงเวลาที่ผู้ประกอบการขนส่งทั่วประเทศต้องเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งจากต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูง เศรษฐกิจที่ผันผวน และการแข่งขันที่เข้มข้นในตลาดโลจิสติกส์ การเลือก “รถบรรทุก” สักคันจึงไม่ใช่แค่เรื่องสมรรถนะ แต่คือการตัดสินใจเชิงธุรกิจที่ส่งผลต่อ “ต้นทุน-กำไร-ความอยู่รอด” ของกิจการโดยตรง

ท่ามกลางโจทย์ใหญ่ของอุตสาหกรรมขนส่งในปี 2569 ชื่อของ ยูดี ทรัคส์ ประเทศไทย กลับโดดเด่นขึ้นมาอย่างน่าจับตา หลังประกาศผลงานไตรมาสแรกเติบโตสวนกระแสตลาดรถบรรทุกไทย ด้วยส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 13% และยอดขายเติบโตกว่า 100% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

เบื้องหลังตัวเลขที่น่าสนใจนี้ ไม่ได้มาจากการทำตลาดเชิงรุกเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการอ่านเกมธุรกิจขนส่งอย่างเข้าใจ ทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ “ความคุ้มค่า” ในยุคน้ำมันแพง การยกระดับบริการหลังการขาย และการวางตัวเองเป็น “พันธมิตรทางธุรกิจ” ของผู้ประกอบการอย่างแท้จริง

FULL MAX NEWS มีโอกาสพูดคุยกับ “นางสาววิลาวัลย์ วิศปาแพ้ว” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูดี ทรัคส์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ถึงภาพรวมตลาดรถใหญ่ กลยุทธ์การเติบโตของยูดี ทรัคส์ และหมัดเด็ดของ UD Quester MY2026 ที่กำลังกลายเป็นคำตอบสำคัญของผู้ประกอบการขนส่งในเวลานี้

น้ำมันแพง” เปลี่ยนเกมตลาดรถบรรทุก ลูกค้าไม่ได้มองแค่ราคารถ แต่ต้องมองต้นทุนทั้งระบบ

FULL MAX NEWS : ภาพรวมตลาดรถบรรทุกไทยในปี 2569 และปัจจัยที่ลูกค้าให้ความสำคัญมากที่สุดตอนนี้คืออะไร

วิลาวัลย์ : ปี 2569 ถือเป็นอีกปีที่ผู้ประกอบการขนส่งต้องรับมือกับความท้าทายอย่างมาก โดยเฉพาะจาก วิกฤตราคาพลังงานโลก ที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ต้นทุนการดำเนินงานของผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นทันที ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนส่งสินค้า งานก่อสร้าง หรือฟลีทรถขนาดใหญ่

สิ่งที่เห็นชัดคือ ลูกค้าในวันนี้ไม่ได้พิจารณาแค่ “ราคารถ” เหมือนในอดีต แต่หันมาให้ความสำคัญกับ ความคุ้มค่าในการลงทุนระยะยาว มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การประหยัดเชื้อเพลิง ความทนทาน ค่าบำรุงรักษา การเข้าถึงบริการหลังการขาย และความสามารถในการรักษาสภาพคล่องของธุรกิจ เพราะทุกต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมีผลต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการโดยตรง

ดังนั้น รถบรรทุกในยุคนี้ต้องไม่ใช่แค่วิ่งได้ แต่ต้องช่วยให้ลูกค้า “ควบคุมต้นทุน” และ “เดินธุรกิจต่อได้อย่างมั่นใจ” ด้วย

โตสวนกระแสตลาด กวาดมาร์เก็ตแชร์ 13% เพราะลูกค้ามองเห็น “ความคุ้มค่าจริง”

FULL MAX NEWS : อะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยูดี ทรัคส์ เติบโตสวนตลาด และมีส่วนแบ่งการตลาดถึง 13% ในไตรมาสแรกปีนี้

วิลาวัลย์ : แม้ภาพรวมตลาดรถบรรทุกจะมีแรงกดดันจากหลายด้าน แต่ยูดี ทรัคส์ยังสามารถขยายส่วนแบ่งการตลาดในประเทศไทยได้ถึง 13% ในไตรมาสแรกของปี 2569 และมียอดขายเติบโตกว่า 100% จากปีก่อน สิ่งสำคัญมาจาก ความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อผลิตภัณฑ์ของเรา

ลูกค้ามองเห็นว่ารถของยูดี ทรัคส์ สามารถตอบโจทย์ได้ครบทั้งเรื่อง สมรรถนะการใช้งาน ความทนทาน และประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญมากในสถานการณ์ปัจจุบัน ขณะเดียวกันเรายังได้รับความไว้วางใจจากผู้ประกอบการฟลีทรายใหญ่หลายราย ทำให้มีรถยูดี ทรัคส์ ออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เมื่อรถถูกใช้งานจริงในภาคธุรกิจ และสามารถพิสูจน์ผลลัพธ์ได้ทั้งเรื่องต้นทุนและประสิทธิภาพ ก็เกิดการบอกต่อในวงกว้าง สิ่งนี้ถือเป็นแรงสนับสนุนสำคัญที่ทำให้แบรนด์เติบโตได้อย่างแข็งแรง

Quester MY2026 ไพ่ใบสำคัญในยุคน้ำมันแพง ชูเครื่อง 8 ลิตร 350 แรงม้า พร้อมเกียร์ ESCOT

FULL MAX NEWS : หากพูดถึงไฮไลต์สำคัญของปีนี้ ต้องยกให้ UD Quester MY2026 จุดเด่นของรุ่นนี้คืออะไร

วิลาวัลย์ : UD Quester MY2026 ถือเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์สำคัญที่ได้รับการตอบรับดีมากในปีนี้ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการที่ต้องการรถบรรทุกซึ่งให้ทั้ง กำลัง ประหยัดน้ำมัน และใช้งานคุ้มค่าในระยะยาว

รุ่นนี้มาพร้อม เครื่องยนต์ขนาด 8 ลิตร กำลังสูงสุด 350 แรงม้า และทำงานร่วมกับ ระบบเกียร์กึ่งอัตโนมัติ ESCOT ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเด่นของยูดี ทรัคส์ จุดแข็งของระบบนี้คือสามารถคำนวณและปรับเปลี่ยนเกียร์ในจังหวะที่เหมาะสมที่สุดโดยอัตโนมัติ ช่วยให้การขับขี่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดการสูญเสียเชื้อเพลิงจากการเปลี่ยนเกียร์ที่ไม่แม่นยำ และยังช่วยลดความเหนื่อยล้าของพนักงานขับรถได้ด้วย

ในมุมของผู้ประกอบการ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องความสะดวกในการขับ แต่หมายถึง การประหยัดต้นทุนเชื้อเพลิง ลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดในการขับขี่ และเพิ่มความต่อเนื่องในการใช้งานรถ ซึ่งทั้งหมดล้วนส่งผลต่อผลประกอบการของธุรกิจ

นอกจากนี้ Quester MY2026 ยังมาพร้อม เทคโนโลยีมาตรฐานยูโร 5 และระบบบำบัดไอเสีย SCR ที่ช่วยตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม สอดรับกับทิศทางของภาคขนส่งที่ต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพควบคู่กับความยั่งยืน

ยูโร 5 ไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่คือมาตรฐานใหม่ของธุรกิจขนส่ง

FULL MAX NEWS : ทำไมยูดี ทรัคส์ จึงให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีมาตรฐานยูโร 5 อย่างมาก

วิลาวัลย์ : เพราะมาตรฐานยูโร 5 ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการลดมลพิษเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึง ประสิทธิภาพของเทคโนโลยีเครื่องยนต์และการจัดการพลังงานที่ดีขึ้น ซึ่งสุดท้ายจะย้อนกลับมาสู่ประโยชน์ของผู้ใช้งานโดยตรง

ในวันนี้ผู้ประกอบการไม่ได้มองแค่รถที่วิ่งได้ แต่ต้องการรถที่สามารถช่วยบริหารต้นทุนในระยะยาว และสอดรับกับทิศทางของตลาดที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ยูโร 5 จึงเป็นทั้งเรื่องของ ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และ ความพร้อมในการแข่งขันของธุรกิจในอนาคต

สำหรับยูดี ทรัคส์ เรามองว่าการส่งมอบรถที่มีประสิทธิภาพสูง ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คือหนึ่งในภารกิจสำคัญของเราในการสนับสนุนลูกค้าให้เดินธุรกิจต่อได้อย่างมั่นคง

เดินเกมผ่าน Private Dealer เพราะ “คนพื้นที่รู้จักลูกค้าดีที่สุด”

FULL MAX NEWS : ในด้านกลยุทธ์การขยายตลาด ยูดี ทรัคส์ ใช้แนวทางใดในการเข้าถึงลูกค้า

วิลาวัลย์ : เรามุ่งเน้นการทำงานร่วมกับ ผู้แทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ หรือ Private Dealer อย่างใกล้ชิด เพราะเราเชื่อว่าดีลเลอร์ในแต่ละพื้นที่คือคนที่เข้าใจบริบทของลูกค้าในภูมิภาคนั้นดีที่สุด

ผู้ประกอบการในแต่ละพื้นที่มีรูปแบบธุรกิจไม่เหมือนกัน บางพื้นที่เน้นงานก่อสร้าง บางพื้นที่เน้นขนส่งเกษตร ขนส่งอุตสาหกรรม หรือโลจิสติกส์ระยะไกล การมีดีลเลอร์ที่รู้จักลูกค้า รู้จักลักษณะงาน และเข้าใจปัญหาเฉพาะพื้นที่ จะช่วยให้เรานำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่เหมาะสมได้แม่นยำยิ่งขึ้น

กลยุทธ์นี้ทำให้ยูดี ทรัคส์สามารถเจาะตลาดใหม่ ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันก็ยังรักษาฐานลูกค้าเดิมที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่ม งานขนส่งก่อสร้าง และ งานขนส่งทั่วไป ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องการรถสมรรถนะสูง ทนทาน และต้องการ Uptime หรือความพร้อมในการวิ่งงานอย่างต่อเนื่อง

จาก 23 แห่ง สู่ 26 ศูนย์บริการในปีนี้ เป้าหมายคือ “รถลูกค้าต้องหยุดน้อยที่สุด”

FULL MAX NEWS : บริการหลังการขายถือเป็นหัวใจของตลาดรถใหญ่ ยูดี ทรัคส์ วางแผนเรื่องนี้ไว้อย่างไร

วิลาวัลย์ : เราให้ความสำคัญกับบริการหลังการขายอย่างมาก เพราะสำหรับผู้ประกอบการขนส่ง รถที่หยุดวิ่ง เท่ากับรายได้ที่หายไปทันที ดังนั้นเป้าหมายของเราจึงไม่ใช่แค่ซ่อมรถให้ได้ แต่ต้องช่วยให้ลูกค้าลดเวลาหยุดรถให้น้อยที่สุด

ปัจจุบัน ยูดี ทรัคส์ มีศูนย์บริการมาตรฐานอยู่แล้ว 23 แห่งทั่วประเทศ และภายในสิ้นปี 2569 เรามีแผนเปิดเพิ่มอีก 3 แห่ง ผ่านผู้แทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้เครือข่ายศูนย์บริการของเราจะเพิ่มเป็น 26 แห่งทั่วประเทศ

การขยายเครือข่ายนี้มีความสำคัญมาก เพราะจะช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงบริการได้เร็วขึ้น ลดระยะเวลาในการรอซ่อมบำรุง และสร้างความมั่นใจได้ว่าตลอดอายุการใช้งานของรถ จะมีทีมงานคอยดูแลอย่างใกล้ชิดในทุกภูมิภาค

เป้าหมายต่อไปคือ “Uptime Center” ใช้ข้อมูลรถจริง ป้องกันปัญหาก่อนรถเสีย

FULL MAX NEWS : ได้ยินว่ายูดี ทรัคส์ กำลังพัฒนาศูนย์บริการสู่การเป็น Uptime Center เรื่องนี้จะช่วยลูกค้าอย่างไร

วิลาวัลย์ : นี่คืออีกหนึ่งทิศทางสำคัญของเราในอนาคตอันใกล้ เราต้องการยกระดับศูนย์บริการไปสู่การเป็น Uptime Center ที่ไม่ได้รอให้รถเสียก่อนแล้วค่อยซ่อม แต่ใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูลการใช้งานรถ มาช่วยวิเคราะห์สภาพรถแบบเชิงรุก

แนวคิดคือ หากระบบสามารถตรวจจับความผิดปกติบางอย่างได้ล่วงหน้า เราจะสามารถแจ้งเตือนลูกค้าให้วางแผนนำรถเข้าตรวจเช็กหรือบำรุงรักษาก่อนเกิดปัญหาจริง ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงของการหยุดรถกลางงาน ลดค่าใช้จ่ายจากความเสียหายที่อาจบานปลาย และทำให้ลูกค้าบริหารฟลีทได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงการซ่อมเมื่อเกิดปัญหา แต่คือการช่วยให้ลูกค้า ป้องกันปัญหาก่อนเกิด ลด Downtime เพิ่ม Uptime และควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น เพราะในโลกของธุรกิจขนส่ง ทุกชั่วโมงที่รถหยุดวิ่งมีต้นทุนซ่อนอยู่เสมอ

เปิดรับนักลงทุนธุรกิจรถใหญ่ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพตลาดไทย

FULL MAX NEWS : นอกจากการขยายยอดขายและบริการหลังการขาย ยูดี ทรัคส์ ยังส่งสัญญาณสนับสนุนนักลงทุนในธุรกิจรถใหญ่ด้วยใช่หรือไม่

วิลาวัลย์ : ใช่ค่ะ เราเชื่อว่าตลาดรถบรรทุกและธุรกิจโลจิสติกส์ของไทยยังมีศักยภาพอีกมาก แม้จะเผชิญแรงกดดันในระยะสั้นจากต้นทุนพลังงานหรือภาวะเศรษฐกิจ แต่ในภาพใหญ่ ระบบขนส่งและโลจิสติกส์ยังเป็นเส้นเลือดหลักของเศรษฐกิจไทย

ยูดี ทรัคส์ จึงพร้อมสนับสนุนทั้งผู้ประกอบการขนส่งรายเดิม และนักลงทุนที่สนใจเข้ามาในธุรกิจรถใหญ่ ผ่านการทำงานร่วมกับเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย การให้คำปรึกษาด้านผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านบริการหลังการขายให้แข็งแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ไม่ใช่แค่ขายรถ แต่ต้องช่วยให้ลูกค้าทำธุรกิจต่อได้อย่างมั่นใจ”

FULL MAX NEWS : หากต้องฝากข้อความถึงผู้ประกอบการขนส่งในช่วงเวลาที่ต้นทุนยังผันผวน ยูดี ทรัคส์ อยากสื่อสารอะไร

วิลาวัลย์ : ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจและต้นทุนยังมีความผันผวน สิ่งที่ยูดี ทรัคส์ยึดมั่นมาโดยตลอดคือการเป็น พันธมิตรทางธุรกิจ ของลูกค้า ไม่ใช่เพียงผู้จำหน่ายรถบรรทุก

เราต้องการช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจ ผ่าน ผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพ บริการที่ทันสมัย และเครือข่ายการสนับสนุนที่แข็งแกร่งทั่วประเทศ เพราะเราเข้าใจดีว่าความสำเร็จของลูกค้า คือความสำเร็จของเราเช่นกัน

บทสรุปจาก FULL MAX NEWS

ตัวเลขมาร์เก็ตแชร์ 13% และยอดขายที่เติบโตมากกว่า 100% ในไตรมาสแรกปี 2569 อาจเป็นเพียง “ผลลัพธ์” ที่มองเห็นได้ชัดเจนของยูดี ทรัคส์ ประเทศไทย แต่หากมองลึกลงไป เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือการวางหมากธุรกิจอย่างแม่นยำในช่วงเวลาที่ตลาดเต็มไปด้วยแรงกดดัน

ตั้งแต่การชู UD Quester MY2026 ที่ตอบโจทย์เรื่องการประหยัดน้ำมันในยุคต้นทุนพลังงานพุ่งสูง การผลักดันเทคโนโลยี ยูโร 5 เพื่อเพิ่มทั้งประสิทธิภาพและความยั่งยืน การขยายศูนย์บริการสู่ 26 แห่งทั่วประเทศ ไปจนถึงการพัฒนาแนวคิด Uptime Center ที่มองไกลกว่าการซ่อมบำรุงแบบเดิม

ทั้งหมดสะท้อนชัดว่า เกมของตลาดรถบรรทุกวันนี้ ไม่ได้ตัดสินกันแค่ “ใครขายรถได้” แต่ตัดสินกันที่ “ใครเข้าใจผู้ประกอบการมากกว่า” และจากทิศทางที่ยูดี ทรัคส์ กำลังเดินอยู่ ก็ชัดเจนว่าแบรนด์นี้ไม่ได้ต้องการเป็นแค่ผู้ผลิตรถบรรทุก แต่กำลังวางตัวเองเป็น “คู่คิดทางธุรกิจ” ของผู้ประกอบการขนส่งไทยอย่างจริงจัง

You can share this post!